Sweetie's profileFairyFiona~*PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 13

    Lost in SanFrancisco

    ((คำเตือน))

    ((ขณะนี้เจ้าของไดฯหลงทางอยู่ที่ซานฟราน))

    ((เลยมีรูปมาเยอะโคตรพ่อง))

    ((และไดฯยาวโคตรพ่องเช่นเดียวกัน))

    *********************************************************

    วันนี้ที่เมืองไทยคงสาดน้ำกันโครมๆ

    ไอตาล.ยังมาเดินฝ่าลมหนาวอยู่ที่ซานฟรานอยู่เลย

    (และตอนนี้ก็ยังเป็นวันที่ 11 อยู่)

    เริ่มด้วยอาการงงๆชีวิต

    ตื่นมาตอนตี 5 ของที่นี่

    คิดไปคิดมา

    "เฮ้ย ตูนัดไอฝ้าย.ตั้งเที่ยง นอนต่อดีกว่า"

    กว่าจะนวยนาดอาบน้ำ

    เพิ่งมารู้ว่ามีรุ่นพี่ศึกษาฯอยู่ที่ชิคาโก

    จัดแจงเมลล์คุยกันเสร็จสรรพ

    พี่ยีนส์.คะ ... พี่พลาดอย่างแรงแล้ว

    ที่บอกว่าอยู่ชิคาโกว่ะ ฮ่ะ ฮ่า

    เดินออกจากโรงแรมไปหาไอฝ้าย.

    แวะ Starbuck ที่โรงแรมสั่งเสร็จเรียบร้อย ลาเต้เย็น

    หันหน้ามาดูนอกร้าน .. แม่จ้าว ..

    วันนี้ลมโคตรแรงเลย

    ไม่น่าสั่งลาเต้เย็นเลยตู - -"

    ไปซัดอาหารไทยร้านที่ไอฝ้าย.ทำงาน

    แล้วก็ออกเดินทางได้

    เอารูปที่ถ่ายเมื่อวานมาก่อน

    ไม่ได้ไปไหนไกลมาก

    เนื่องจากสำเหนียกได้ว่าตัวเองเพิ่งมาถึง

    เลยออกไปหาไรกินกะฝ้าย.

    แล้วถ่ายรูปนิดหน่อย

    dok.jpg

    ดอกอะไรไม่รู้

    เหลืองได้ใจดี

    เอามาบานแข่งกับหน้า

    (สังเกตุได้ว่าหัวหนืดๆ สเปรย์เต็มกะบาลเลย)

    heart

    หัวใจตรง Union Mall

    DSC00967.jpg

    ตอนนี้ห้าง Macy's กำลังจัดเป็นแนวอินเดียอยู่

    bee.jpg

    ตุ๊กตาตัวนี้

    เห็นแล้วคิดถึงไอ้บี๋.เลย

    คิดถึงลูกเหมียวๆจังเลย

    ********************************

    คราวนี้มาเริ่มตะลุยซานฟรานละ

    วันนี้ตามโปรแกรมคือไปที่

    Pier 39 กับ Fisherman Warf

    นั่งรถมาถึงตรงนาฬิกา

    (ที่ชื่ออะไรซักอย่างนี่แหละ จำชื่อไม่ได้)

    bus.jpg

    ไม่ได้สนใจอะไรเล๊ย

    อินี่ก็ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปกันอย่างเดียว

    DSC00981.jpg

    Port of SanFrancisco

    DSC00982.jpg

    ทาดา~

    DSC00985.jpg

    เห็นอะไรดอกๆไม่ได้ต้องแวะ

    DSC00987.jpg

    อันนี้ยังไม่ใช่ Golden Gate นะ

    (แต่ก็ลืมอยู่ดีว่ามันชื่ออะไร แหง่ว)

    DSC00988.jpg

    ตาล.กะฝ้าย.

    (ด้วยความอนาถา ไปกันสองคนไม่มีคนถ่ายให้)

    DSC00991.jpg

    Port of SanFrancisco

    จากนั้นไม่ไหวแล้ว

    ตอนแรกว่าจะเดินไปถ่ายรูปต่อ

    แต่ว่าลมแรงมาก แรงจริงๆ

    อากาศไม่ได้หนาวเท่าไหร่

    แต่ว่าลมเนี่ย ... ทำเอาหนาวเลยทีเดียว

    เดินต้านลมตัวแทบปลิว

    เลยขึ้นรถบัสต่อไปที่ Pier 39 เลยดีกว่า

    DSC00996.jpg

    "มีแต่ปูกล้ามโตใหญ๊ใหญ่ ใหญ๊ใหญ่ใหญ่ใยใยยา~"

    (พยายามทำเลียนแบบมันแล้ว แต่ได้เท่านี้ - -")

    อย่าแซวเรื่องเข็มขัดนะ ขอร้อง

    (ก็ไม่เจอเข็มขัดที่ชอบนี่นา)

    DSC00997.jpg

    มาถึง Pier 39 ก็เห็นแบ่บนี้เต็มไปหมด

    (แต่ลมไม่เป็นใจถ่ายยากเกิ๊น)

    DSC00998.jpg

    Hard Rock Cafe @ Pier 39, SFO

    DSC01000.jpg

    อาศัยความหน้าด้าน

    ขอฝรั่งแถวนั้นมาถ่ายให้

    (จากนี้ต่อไปเราจะเรียกว่า "เหยื่อ")

    DSC01002.jpg

    DSC01003.jpg

    เข้าไปเกาะเนี่ย

    เสียวมันล้มเหมือนกันนะ

    DSC01004.jpg

    เราจะไปทางไหนต่อดี?

    DSC01005.jpg

    หน้าทางเข้า Pier 39

    เหมือนเป็นเมืองในนิทานอะไรซักอย่าง

    น่ารักดี

    DSC01008.jpg

    หน้า Aquarium แต่ไม่ได้เข้าหรอก

    ตั้งสิบกว่าเหรียญ (งก)

    DSC01009.jpg

    ป้ายเค้าทำน่ารักเนอะ

    (และหน้าตูบวม โอ้ทส์ อย่างแรง!!!)

    DSC01010.jpg

    ฝ้าย.บอกเก๊กสวยหลายรูปแล้ว

    เอาฮาซักที

    (กรำของกรู - -")

    DSC01011.jpg

    DSC01012.jpg

    Bath Sand

    ตอนแรกว่าจะเนียนเข้าไปถ่ายรูปเฉยๆ

    (จริงๆมีหลายสีมาก)

    "ฝ้าย.ๆ แกรีบๆกดเลยนะ เด๋วเค้าเดินมาถาม"

    ไม่ทันขาดคำ นั่นไง คนขายเดินมาแล้ว

    ไปๆมาๆ มาชวนคุย

    คุยไปคุยมาจะทรายฟรีซะงั้น

    เลยบอกความจริงไปว่า

    "ตูแค่อยากมาถ่ายรูป"

    ฮา~

    DSC01015.jpg

    ร้านชอคโกแลต

    โอ้ทส์ ... น่ากินขนาด

    DSC01018.jpg

    แม้ว่าอากาศจะเย็นขนาดไหน

    แต่มาที่นี่ก็ต้องมากินไอติม

    (สรุปไม่หมดกันทั้งคู่ จะแข็งตายเอา)

    DSC01024.jpg

    ดอกไม้ที่นี่มันสีสดดีจริงๆเลยเนอะ

    DSC01031.jpg

    หลังจากที่นั่งรอเหยื่อมานาน

    ก็ได้ป้าคนนึงมาชักภาพให้มุมนี้จนได้

    DSC01032.jpgDSC01033.jpg

    พยายามทำเลียนแบบแก้ว

    แต่ยากว่ะ ฮา~

    DSC01034.jpg

    ถ่ายมุมนี้ จะเห็นม้าหมุนทั้งอัน

    DSC01035.jpg

    ปูตัวแดงๆ

    (แต่กินไม่ไหวตัวตั้ง 24$)

    DSC01036.jpg

    เด๋วเราจะได้ไปเยี่ยมญาติเราแล้ว

    อ๋องๆๆๆๆ~

    DSC01037.jpg

    พยายามมากตูรูปนี้

    แต่มีพยายามมากกว่า

    DSC01038.jpg

    ด้วยยายกล้อง

    (ผู้หญิงก็ต้องเป็นยายกล้องสิ เป็นตากล้องได้ไง)

    เซตท่าให้ แต่อิยายแบบเนี่ย งง

    ต้องมีการมาทำท่าให้ดูก่อนด้วย กว่าจะได้รูปนี้มา

    DSC01040.jpg

    รูปนี้เดินๆอยู่ฝ้าย.มันเรียกแล้วกดเลย

    แม๊ ... สวยไม่ได้ตั้งใจ

    ก่ากกกกกกกก

    DSC01045.jpg

    ...

    ข้ามไปเหอะ

    DSC01046.jpg

    "ได้ซะทีธง Pier39"

    DSC01049.jpg

    ช่วยด้วยหนูหลงทาง

    (เอาขันมาวางซักใบน่าจะดี)

    DSC01052.jpg

    ข้างหลังคือที่อยู่เก่า

    คุก Alcataz เย้ออออ ... ซะงั้น

    (ตาล.ชอบจำเป็นคุก Azcaban อยู่เลย)

    ((+++ ... นั่นมัน Harry Potter))

    (((เอาน่ามันคล้ายๆกัน)))

    ต้องนั่งเรือไปถึงจะไปที่คุกนี้ได้

    วางแผนกับไอฝ้าย.ว่าคราวหน้าจะไปกัน

    (เมื่อได้ไฟลท์นรกซานฟรานอีกรอบ)

    DSC01054.jpg

    ลิบๆนู๊นนนนนน

    Golden Gate พรุ่งนี้เราจะไปกัน

    DSC01055.jpg

    อ๋องๆๆๆๆๆ

    เจอญาติแว้วววววววว

    (ตีครีบแข่งกับมันใหญ่เลยตู)

    DSC01057.jpg

    แต่น่าเสียดายมันไม่มาเกยบนไม้แผ่นใกล้ๆเลย

    ฝ้าย.บอกคราวที่แล้วมา

    เห็นมันตบกันแย่งตัวผู้

    (รึตัวเมียก็ไม่รู้)

    DSC01059.jpg

    วิวสวยดีเนอะ

    DSC01066.jpg

    ดอกป๊อบปี้เต็มไปหมด

    คราวนี้เหยื่อเสนอตัวมาถ่ายให้เลย

    (ถ่ายดีกว่าถ่ายกันเองอีก)

    DSC01068.jpg

    ลมแรง พัดซะหัวล้านเลย

    DSC01070.jpg

    ตูเป็นอะไรกะเสาต้องโหนเนี่ย???

    DSC01071.jpg

    และก็ยังไม่เลิกโหน

    DSC01074.jpg

    รูปนี้ ... ถ่ายเสร็จ

    หลังเดี้ยงครับพี่น้อง

    เอี้ยวตัวนานมาก

    แก่แล้วสิตู

    DSC01076.jpg

    junction.jpg

    Lost in SanFrancisco

    แล้วก็แวะร้านนึง

    จัดร้านได้น่ารักมาก

    ข้างในตู้ปลาสวยมาก

    DSC01079.jpg

    แอบๆถ่ายไม่กล้าถ่ายโจ่งแจ้ง กลัวเค้าด่า

    แต่พอเห็นว่า ... มีคนอื่นถ่ายเหมือนกัน

    คราวนี้ ทั้งไอตาล.และไอฝ้าย.

    ไม่สนใจโลกกว้างแล้ว

    "กรูจะถ่ายรูป!"

    DSC01083.jpg

    หนูจะกินปลา ....

    DSC01085.jpg

    อ๊า~ บักเขียด!

    DSC01089.jpg

    เสือน้อยน่ารัก

    (เสือน้อยน่ารักจริงๆนะ)

    DSC01091.jpg

    ดูเอาละกันว่าคนสวยก็หาเรื่องอุบาทว์กะเค้าได้

    DSC01092.jpg

    พยายามจะเป็นชะนี

    (แต่ไม้มันสูงเกิ๊น)

    DSC01096.jpg

    (ทำไปได้ว่ะกรู )

    DSC01102.jpg

    โอ๊ะ ... ขี้คันคาก

    DSC01100.jpg

    อ๊า ... ซอยข่อยแน~

    (แล้วตูจะ Soundtrack เพื่อ???)

    DSC01104.jpg

    ชะนีกลายพันธ์

    DSC01106.jpg

    ((คุณหมอบอกว่า การบินนานๆจะทำให้เกิดอาการแบ่บนี้ได้))

    DSC01107.jpg

    พรีเซนเตอร์ให้เค้าซะหน่อย

    DSC01108.jpg

    ฮาเร็มคิงคอง

    DSC01109.jpg

    Rainforest Cafe

    (คาเฟ่ป่าฝน ---> ชื่อเหมือนสวนอาหารบ้านเรายังไงไม่รู้)

    ออกจากร้านมานึกขึ้นได้ว่า

    ยังไม่ได้ถ่ายรูปอนุเสาวรีย์แมวน้ำนี่นา

    เอ้าเดินย้อนนนน กลับไปอีก

    ระหว่างทางเจอชายหนุ่มหน้าตาดี อดใจไม่ได้

    เลยขอจุ๊บซะหนึ่งที

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    DSC01112.jpg

    ในสุดก็เดินฝ่าลมไปถึงอนุเสาวรีย์แมวน้ำจนได้

    DSC01113.jpg

    แมวน้ำ พ่อ แม่ ลูก

    (และคนข้างบ้านมาเกยตื้น)

    DSC01114.jpg

    อีกซักรูป จะได้ไม่ขาดทุน

    ขากลับเดินมาอีกรอบ

    เจอพี่คนเหล็ก

    เล่นเอาเด็กแถวนั้นกรี๊ดกันไปหลายคน

    ขอเป็นหน่วยกล้าตายไปชักภาพซะหน่อย

    ไอเดียเค้าดีเนอะ

    DSC01115.jpg

    เนียนเนอะ

    เหมือนที่ซิดนีย์ก็มีคนมาทำแบ่บนี้เหมือนกัน

    แต่ตาคนนี้ทำฮากว่า

    DSC01116.jpg

    "อย่ากินหนู!!!"

    DSC01117.jpg

    ซะหน่อยกับฝ้าย.

    นายแน่มาก ... เอาตังค์ตาล.ไปได้เหรียญนึง

    ฮ่ะฮ่า

    แล้วก็เดินกันต่อไปที่ Fisherman Warf

    DSC01118.jpg

    ถึงแว้ววววววววววววว

    DSC01119.jpg

    เห็นตาล.มั้ย?

    (อยู่ในซอกไม่บอกใคร ซอกนี้ ซอกไหน~)

    DSC01121.jpg

    หมดไปอีกหนึ่งวัน

    เห็นเค้าเคาะปูกันเต็มไปหมด

    แต่ตัวละ 24$ ไม่ไหว แพงเกิน

    ได้แต่ดู เด๋วกลับไปกินที่เมืองไทยดีกว่า

    **************************************************

    กลับมา .... คุยกัน

    ทะเลาะกัน

    แรงด้วย

    เราทำตัวไม่น่าไว้ใจหรอ?

    (ใช่)

    ก็ไม่ผิดที่เค้าจะคิดแบ่บนั้น

    ก็ไม่ผิดที่เค้าจะกลัวเพราะว่าอดีต

    แต่เราไม่ใช่เค้า

    เราไม่เหมือนเค้า

    เราผิดเหรอที่เรามาทีหลัง?

    แล้วเราเลือกได้มั้ยล่ะ?

    เราผิดเหรอที่เราทำอาชีพนี้?

    แค่อาชีพเดียวกับเค้าคนนั้น

    แต่เราไม่ใช่เค้า

    แค่เพราะเราจะให้รุ่นพี่พาเที่ยวชิคาโกนี่นะ?

    ก็เรายังโทร.หาไม่ได้ตอนนั้น

    เลยยังไม่ได้บอก

    ถ้าไม่ชอบก็บอกกันได้นี่

    มันไม่ได้เป็นการเปลี่ยนอะไรตาล.เลย

    แค่คิดกันคนละมุม มองคนละอย่าง

    "ถ้าโยมมาก่อนเค้า พระอาจจะเข้าใจมากกว่านี้"

    ((ปรี๊ด น้ำตาแตก))

    "อย่าเอาตาล.ไปเปรียบเทียบกับใครได้มั้ย?

    แล้วตาล.ผิดมั้ยที่มาทีหลัง?

    แล้วตาล.เลือกได้มั้ย?

    ถ้าเลือกได้ไม่มีใครอยากมาทีหลังหรอก

    แล้วคนมาทีหลัง ไม่ได้รักพี่เชน.รึไง?

    คนที่มาทีหลังรักพี่เชน.น้อยกว่าเค้ารึไง?"

    "พี่ไม่ได้อยากเปรียบเทียบกับใคร

    แต่ตาล.ไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก

    ว่าการที่นั่งเป็นควายอยู่ที่นี่อยู่สึกยังไง"

    พี่ไม่อยากพลาดอีก

    "ทำไมตาล.จะไม่เข้าใจ

    แค่ตาล.ออกจากเมืองไทยไป

    เค้าก็มีใหม่เลย

    7 เดือนที่ตาล.บินเป็นควายไม่ได้รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน

    ตาล.เองก็ไม่อยากพลาดเหมือนกัน

    จะต้องให้ตาล.ทำยังไงถึงจะเชื่อ"

    "ถ้าพี่ไม่อยากให้อีกคนรู้สึกยังไง

    พี่ก็จะไม่ทำแบบนั้น

    ไม่เห็นต้องถามว่าต้องทำยังไง

    พี่ไม่อยากเปลี่ยนใคร

    ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่"

    "ถ้างั้นก็คงไม่ใช่"

    "หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่ใช่"

    "ก็เราคิดไม่เหมือนกันมองไม่เหมือนกัน"

    "แล้วตาล.ว่าถ้าคิดไม่เหมือนกัน จะอยู่ด้วยกันได้มั้ย?"

    "ได้ ถ้ามันไม่เป็นปัญหา"

    "แล้วอย่างตอนนี้ล่ะ มันเป็นปัญหาอยู่?"

    "ปรับสิ ไม่ได้อยากเปลี่ยนใคร

    แต่มันก็ต้องปรับเข้าหากัน"

    "แล้ว ...

    ยังอยากกิน KFC อยู่มั้ย? ^ ^"

    "อยากสิ ... ทุกวันนี้ไม่ไปกินที่อื่นแล้วนะ"

    "ถ้ายังอยากกินอยู่ ... ก็ยังอยู่ด้วยกันได้

    พี่เชื่อตาล.ได้หมดใช่มั้ย?"

    "ถ้ามีมากกว่าร้อยก็จะให้เชื่อมากกว่าร้อย"

    "จริงๆใช่มั้ย?

    หายโกรธรึยัง?

    ยิ้มก่อนซิ"

    "ถ้ายิ้มแล้วจะรู้ได้ไง?"

    "ฟังเสียงก็รู้แล้ว หายโกรธพี่ยัง?"

    "ยัง"

    "ทำไงถึงจะหาย"

    "ไม่บอก .. รอกลับมาก่อนแล้วจะบอก"

    "อ่อ ..

    ไหนวันนี้ตั้งชื่อ MSN ว่าอะไร?"

    "อยากกินกะเฉดผัดไฟแดง

    ฮ่าฮ่า"

    "เอ้า .. ซะงั้น เปลี่ยนเลยๆ"

    "เปลี่ยนก็ได้

    ทะเลาะกับแฟน ... แฟนไม่รัก ... แฟนไม่เชื่อใจ"

    "เอ๊า ...

    เด๋วใครมาเห็นก็เอาอีกหรอก

    เห็นมั้ย

    ว่าแล้ว

    บอกแล้ว

    เปลี่ยนเลยๆ

    เปลี่ยนรึยัง?"

    "ทะเลาะกับแฟน แฟนไม่รัก"

    "อ้าว ... ไหงงั้นอ่ะ

    บอกไปสิ มีแฟนเป็นดาราญี่ปุ่น

    โดเรม่อนน่ะ"

    "ยังไม่จบซะหน่อย

    ทะเลาะกับแฟน แฟนไม่รัก

    กลับมากอดซะดีๆจะหายโกรธ"

    "อ่า ...

    ถ้าจะไปกับพี่ยีนส์.จริงๆพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ

    ไปกันสองคนใครจะไม่ห่วง

    ห้ามกลับโรงแรมหลัง 6 โมงเย็นนะ

    โทรศัพท์พระดูเวลาทั่วโลกได้นะ

    ต้องโทร.มาตอน 6 โมงเย็นที่ชิคาโกด้วยว่าถึงแล้ว

    ห้ามถ่ายรูปด้วยกันด้วย"

    "จ้า~"


    ไม่มีรักไหนที่ดีทุกวัน

    ยิ่งนานยิ่งผ่านเรื่องราวมากมาย

    เข้ามาทดสอบเข้ามาลองใจ

    ว่าความรักของใครแกร่งจริง

    หากเราเรียนรู้วิชาอดทน

    หากเราผ่านพ้นย่อมได้ทุกสิ่ง

    หากเธอมั่นใจว่ารักเราจริง ทุกสิ่งมันก็มั่นคง

    หากเธอนั้นลืม ... ว่าเธอมีใคร

    ก็จำไว้ ชั้นรักเธอ

    Chain.jpg

    เชื่อเค้ารึยัง?

    รอหน่อยนะ ...

    อีกไม่กี่วันจะเจอกันแล้ว

    รักนะพี่เชน. ^ ^~

    February 22

    HappyChineseValentine'sNewYear~*

    เป็นวาเลนไทน์ที่ประจับใจม๊ากกกกมาก

    เป็นวาเลนไทน์ปีที่ประทับใจไม่รู้เลือนจริงๆปลื้ม

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    เริ่มที่

     

     

    1. ไม่ได้นอนก่อนไปบินฮ่องกง หลังจากที่กลับมาจกสิงโป สืบเนื่องจากอาการคิดมากก่อนไปสิงโปเมื่อสองสามวันก่อน สิริรวมแล้วไม่ได้หลับมา 47 ชั่วโมงและต้องทำงาน

    2. ในขณะที่คนอื่นออกไปฉลองวาเลนไทน์ อิชั้นนอนหลับเป็นตายอยู่ที่โรงแรม รอตื่นมาทำงานอีกรอบ

    3. ผู้โดยสารเต็มเอี๊ยดขากลับ หน้ามึน

    4. ยังไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันเนื่องจากการนอน รวมๆแล้วร่างกายขาดอาหารเกือบๆ 24 ชั่วโมง

    5. หลังจากเสิร์ฟเสร็จ เก็บของทำนู่นทำนี่ และผู้โดยสารเริ่มหลับกันยกลำ เย้ ... ได้กินข้าวซะที (ตอนนั้นตี 3 แล้ว)

    6. กินข้าวไปได้สองคำ เอ๊ะๆ ทำไมผู้โดยสารโวยวายเป็นเจ๊กตื่นไฟกัน เอ๊ะ รึไฟไหม้เครื่องตู??? เหวอ

    7. ชะโงกหน้าออกไปดู เห็นอาม่ากำลังง่อกแง่ก จะล้มแหล่ มิล้มแหล่ พร้อมจีนมุงอีกเพียบ

    8. วิ่งตีนหมา 4x100 ไปรับอาม่าไว้ทันพะดีก่อนที่จะล้ม (ถ้าล้มนี่หัวฟาดที่ท้าวแขนแน่นอน) หลังจากนั้น ... อาม่าก็ ... อ้วก เอือม เฉียดตูไป 2.3 มิลลิเมตร

    9. นึกว่าแค่เมาเครื่อง แต่ไปๆมาๆ เฮ้ย อาการหนัก ... ต้องประกาศหาหมอบนเครื่อง ... เดชะบุญจรืงๆ
    ที่ไฟลท์นี้
    .
    .
    .
    .
    .
    ไม่มีหมอซักคน!!!! เหวอ

    10. อาม่าฟังภาษาอังกฤษ ไม่รู้เรื่อง พูดอังกฤษ ไม่ได้ ชิบหายแล้วตู เฮ้ย!?

    11. ต้องให้ผู้โดยสารคนอื่นเป็นล่ามให้

    12. สรุปแล้วต้องดูอาม่าอ้วกอยู่ในห้องน้ำแคบๆไปพักใหญ่ ดีที่ซักพักนึงอาม่าอาการดีขึ้น ฮิ้ววว

    13. กลับเข้ามาในครัว ได้กินข้าวต่อซักที  ฮิ้ววว .
    .
    .
    .
    ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
    .
    .
    .
    (ติ๊งสามทีหมายถึงว่ากำลังจะเอาเครื่องลง กดโดยกัปตัน)
     เหวอ กรี๊ดดดด เครื่องจะแลนด์แล้ว รีบเก็บของๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    และเจ๊ก็เก็บข้าวตูไปต่อหน้าต่อตา ... โอ้วววววว  ฮือๆ~

    ที่เสียดายคืออาหารลูกเรือจากฮ่องกงเนี่ย
    เป็นกุ้งผัดราดซอสพริกหวานๆหน่อยและกุ้งตัวแอ้บมากๆ อร่อยโคตรๆ
    และเค้กลูกพรุนอร่อยมาก แต่ไอ้สองคำแรกที่กินเข้าไปน่ะ
    มัวแต่กินผักอยู่ อดเลยกุ้งตู ฮือๆ~


    14. จนเครื่องแลนด์แล้ว ... อาม่ายังคงวิ่งมาอ้วกส่งท้าย และตูต้องยืนรอดูอาม่าอ้วก
    (อีกแล้ว) ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว ออกมาแม่จ้าว ... โซลหนาวเข้าไส้อีกแล้ว ฮือๆ~


    ฮื๊ออออ~ ตูเกลียดวันวาเลนไทน์ ฮือๆ~ ฮือๆ~ ฮือๆ~

    ด้วยความที่ทั้งสิงโปและฮ่องกง

    เป็นประเทศที่มีชาวจีนเป็นส่วนใหญ่

    เลยมีบรรยากาศตรุษจีนรายล้อม พร้อมกับช่วงวาเลนไทน์

    เลยเรียกรวมกันไป
    เลย

     Happy Chinese Valentine's New Year ฮิ้ววว


    สนามบินที่สิงโป กลิ่นไอคล้ายดอนเมืองบ้านเรา แต่เค้าชอบเอาสวนพวกนี้มาตั้ง
    แอบงุงิ เอือม มันชอบเอาดอกกล้วยไม้มาโฆษณาประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์บ้านมัน เอือม


    ตามสนามบินก็เอาต้นส้มมาตั้งกันเป็นระยะ สวยดี จริงๆก็ตั้งต้นส้มกันทั่วเลยนะ ในห้างก็ตั้ง
    แม๊ .. อยากเด็ดมากินเล่น ซักโลสองโล ฮิ้ววว
    รูปนี้ตอนแรกก็ไม่สังเกตุ เพิ่งมาเห็นตอนเอาลงคอมฯ เฮ้ย Wirl โคตร
    ไม่ได้แต่งเลยนะ แต่ว่า ตอนที่ถ่ายเนี่ย ... พวกเจ๊มากันแล้ว เลยรีบเก็บกล้อง
    (นึกภาพ อินี่อยู่ในชุดฟอร์ม ไปยงโย่ยงหยกเล็งมุมถ่ายรูป งามมั้ยล่ะ ง่ะ)
    บังเอิญมากที่ส้มลูกตรงกลางมันชัด  ฮิ้ววว


    คราวนี้มาดูต้นส้มที่ฮ่องกง เฮ้ย มันตัดและตกแต่งเหมือนกันกับที่สิงโป
    แอบฮานิดนึง


    เก็บภาพมุมกว้างแล้วดูไม่ค่อยสวยเลย


    เห็นแล้วมันให้ความรู้สึกแบ่บ ได้กลิ่นฝรั่งผสมจีน

    .

    .

    .

    .

    มาดูตำนานรักดอกเหมยกัน

    .

    .

    .

    .


    เงยหน้ามากลิ่นฝรั่งหาย
    ไป

     เหลือแต่กลิ่นจีนแท้ๆ ... หอมกลิ่นดอกเหมย


    ตามสูตรมือสมัครเล่น หน้าชัดหลังเบลอ


    ตามสูตรมั่ว ... หน้าเบลอ หลังชัด โฟกัสซองเงิน


    ความรัก กับ เงินทอง


    อันนี้ ไม่รู้เหมือนกัน เห็นมันจีนๆดี


    จะเป็นตรุษจีนได้ไง ถ้าขาดสิงโต?


    อันนี้สระน้ำที่โรงแรม เห็นมันสีสดดี แค่นั้นแหละ

    ถือโอกาส Happy Chinese Valentine's New Year ไปในตัวเลยละกันเนอะ
    ให้ดอกไม้พร้อมซองเงินทอง (ในรูป) ขอให้ปีนี้มีความสุขร่มเย็นเหมือนสระน้ำ
    (เอามาโยงกันได้ล่ะตู )ง่ะ


    เพิ่งสังเกตุว่าตัวเองชอบถ่ายอยู่สองอย่าง
    ต้นไม้ กับ ของกิน ง่ะ

    เป็นความคิดตั้งแต่ตอนเทรนด์
    ว่าอยากได้กล้องดีๆซักตัว
    ถ่ายรูปมุมสวยๆเวลาไปที่อื่นๆ
    ไปนั่งเล็งแล้วเล็งอีก
    แต่พอทำงานไปซักพัก
    คงเพราะนู่นนี่นี่นั่น
    ความคิดนี่ก็โดนยัดเข้ากรุไป
    มันมาระเบิดเอาตอนถ่ายรูปดอกเหมยนี่แหละ

    "เฮ้ย ... ชั้นอยากถ่ายรูปอีกครั้ง"

    เก็บเงินซื้อกล้องละ เล็ง Canon slr ไว้ตัวนึง

    ตั้งสองหมื่นสี่พร้อมเลนส์

    น้องเต้ย.บอกตลกแล้วเจ๊

    เป็นแอร์ฯแบกกล้อง ไม่งามนะเจ๊

    เอ้า .. เป็นแอร์ฯแต่ใจอาร์ต

    เจ๊ทำด๊ายยยยยยยยยยยยยย

    แล้วคราวนี้

    จะสะพายกล้องท่องโลก

    (โลก โลก โลก โลก โลก ... ฮาไปแระ)

    ช่างภาพ around the world

    แหม ... เงินจ๋า ... งอกมาไวๆซิ

    คันไม้คันมืออยากถ่ายรูปแล้ว!

    *****************************

    ปลื้มเก็บอากาศสิงโปกับฮ่องกงมาฝากแกแล้วนะจ๊ะ

    เอาดอกเหมยมาฝาก

    เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ละกันเนอะ

    ************

    ยังวิ๊งวิ๊งอยู่

    VD.jpg

    January 25

    Long Holiday~*

    Long Holiday~*

    ถือว่าเป็นการหยุดยาวครั้งแรก

    ตั้งแต่ทำงานมา

    แถมกลับมาก็ไม่ต้องทำงานด้วย

    โฮ๊ะๆๆๆๆ

    นั่งๆเล่นเกมส์บนเครื่อง

    นั่งติดกับเด็กคนนึง

    ดั๊นฉลาดอีก

    ขนาดตาล.เปลี่ยนชุดแล้วนะ

    (Added Crew ต้องเปลี่ยนชุดนั่งเนียนเป็นผู้โดยสาร)

    ยังบอกพ่อ

    "อัปป้า อี่โม่เป็นซึงมูวอนแหละ"

    (อัปป้า = พ่อ
    อี่โม่ = น้า ประมาณนั้นแหละ
    ซึงมูวอน = แอร์ฯ)

    ด้วยความที่เจือกพยายามทำตัวนางสาวไทย

    เห็นมันแงะรีโมทออกมาไม่ได้

    อ่ะช่วยยยยยย

    คราวนี้แม้ง

    ห่านอะไรก็

    "อี่โม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

    ตูไม่ได้มากะเอ็งนะว้อยยยย

    ตูจาน๊อนนนนน T^T

    เล่นเกมส์ไม่ได้ก็ ... อี่โม่

    เล่นจะแพ้ก็ ... อี่โม่

    ตูจะดูหนังก็จะดูด้วย ... อี่โม่ ทำไง

    เฮีย เอาน้ำกะขนมมาให้ ... อี่โม่ จะกินมั่ง

    ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ตูจะบ้าตาย

    พอจะหลับๆ

    เอาละ ... มันเขย่าเก้าอี้ ...

    เก้าอี้ตูก็สั่นด้วยสิ

    - -" สิริรวมแล้ว

    Flight Time 6 ชั่วโมง

    ตูได้นอนชั่วโมงเดียว

    เพราะอิเด็ก อี่โม่ .. นี่แหละ!!!

    *********

    เมื่ออาทิตย์ก่อน

    ไปกิน Buffet ปลาดิบมากับกิ๊ฟท์.

    ฝ่าอากาศหนาวโคตรพ่องไปกิน

    ด้วยความตะกละกันสองคน

    คนละ 17,000 วอน

    ( 7 ร้อยกว่าบาท ... เจ๊ดดดดดดดดดดดด)

    แต่บอกแล้วว่าเพราะความตะกละ

    เลยกิน!

    เข้าไปก็โอเค ออนนีเจ้าของร้านน่ารัก

    DSC00578.jpg

    วางเรียงกันเป็นตับ

    ทุกอย่างเติมได้หมด

    คือหมดแล้วออนนีเดินมาเติมตลอด

    จัดมาอย่าให้พร่อง ฮ่าฮ่า

    DSC00579.jpg

    ก็นั่งเคาท์เตอร์กินกันแบ่บนี้แหละ

    มีเรื่องหน้าแหกเกี่ยวกับไอ้ไชเท้าขาวๆเนี่ย

    ปกติเวลาไปกินอาหารญี่ปุ่นกันเนี่ย

    ก็กินไอ้ไชเท้านี่แกล้มกันบางกรุบกริบแก้เลี่ยน

    อินี่ก็เอาเลย ... ซัดเลยยยยย

    อุปป้ามือมีดหันมา อั่นเด้ๆๆ

    ประมาณว่า ตูให้เอาไปรองปลา

    ไม่ใช่ให้เมิงแหล่ก

    อ้าว ... ก็ตูจะกินนี่นา ไม่ได้เหรอ????

    โชว์งั่งไปซ้า ...

    แล้วอุปป้าเป็นไรมากมั้ยเหรอ?

    สนใจตูเป็นพิเศษจั๊งงงงง

    คนจะกินไอ้นี่ก็มอง

    อินี่ก็กินไม่ลงซิ

    คีบปลาหล่นหก

    อินู่นกระเด็น อินี่กระดอน

    T^T อุปป้า .. หั่นปลาไปเห๊อออ หนูจะกินนน

    DSC00582.jpg

    คือ เค้าให้รองอย่างเดียว

    ห้ามกิน ... เข้าใจ๋????

    DSC00581.jpg

    อันนี้เครื่องเคียง

    ไข่ตุ๋น กับข้าวโพดอะไรซักหนึ่ง หวานๆดี

    DSC00583.jpg

    ไข่กุ้ง กินกับปลาดิบ ...

    แน่นอน เติมไม่อั้นเหมือนกัน

    จากนั้นก็มีไอ้เจ้านี่มาด้วย

    DSC00585.jpg

    อุด้ง ...

    ถัดมาก็เป็นหัวปลาต้มเค็ม

    อารมณ์ประมาณนั้นถ้าเทียบกับอาหารไทย

    และด้วยความที่บอกว่า

    อุปป้า สนใจอิชั้นเป็นพิเศษ

    อุปป้าเลยเสนอเมนูพิเศษมาให้อิชั้น

    เป็นเมนูพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

    ไม่มีใครในร้านได้กิน

    (สีฟ้านี้

    กรุณาอ่านเสียงแบ่บทีวีแชมเปี้ยน)

    DSC00587.jpg

    ทายซิว่ามันคืออะไร (ไย ไย ไย ไย)

    แล้วตูจะเอ่คโค่ทำไม????

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    มันคือตาปลาทูน่าครับพี่น้อง

    ย้ำ

    ตาปลาทูน่า!!!!

    ลูกกะตาปลาทูน่าเลยแหละ

    เจี๊ยกกกกกกกกกกกกก

    ถามอุปป้าย้ำเป็นภาษาอังกฤษเลย

    ตอนแรกคิดว่าฟังผิด

    "Tuna's eyes?"

    ชิบหาย ... ใช่จริงๆด้วย

    ซวยแล้วตู

    รีบบอกเลย

    ไม่เป็นไรอุปป้า

    ช้าไปแล้ว

    อุปป้าคว้าแก้วเหล้าหวานมา

    แล้วเอาไม้จิ้มฟัน

    จิ้มมมมมมลูกกะตาปลาขึ้นมา

    แกว่งๆๆๆๆๆกวนๆๆๆๆๆๆ

    ในไอ้เหล้านั่นน่ะแหละ

    จนมันหนืดๆมีฟองอย่างที่เห็นในรูป

    อุปป้าก็ส่งให้อิชั้นกิน

    พร้อมรับประกันว่าอร่อยโคตรพ่อง

    ตูกลั้นใจนานมากกว่าจะกิน

    ซัดไปหนึ่งกรึ๊บ

    .

    .

    .

    .

    .

    เหวอ วิญญาณจะหลุดจากร่าง

    แม่เจ้า ......

    ไอ้ฟองๆมันเมือกๆอ่ะ

    คาวๆหวานๆเหล้าปะแล่มๆ

    อุปป้า ......

    อร่อยตรงไหนว๊า????????เหวอ

    กินเสร็จมองหน้ากิ๊ฟท์.

    กิ๊ฟท์.ทำหน้าเหมือนอิชั้นเป็นผู้กล้าหาญ

    รอดตายจากสงครามโลกมายังไงยังงั้น

    DSC00588.jpg

    ตูจะจำ Moment นี้ไปจนตายเหวอ

    ***************

    December 14

    เขียนถึงคนบนฟ้า

    ก่อนกลับมาเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง

    รู้เรื่องที่น่าตกใจและใจหาย

    ไอ้เพื่อนที่เห็นหน้ากันเมื่อไม่นาน

    ยังกวนส้งติงตาล.เมื่อไม่นาน

    มันไปสบายซะแล้ว

    ตรีเทพ เขียวพอดี

    นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสัตวศาสตร์ฯ

    มหาวิทยาลัยศิลปากร

    อุปนายกสโมฯ ฝั่งเพชรบุรี

    เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ

    เมื่อต้นปีก็เพิ่งมีน้องคนนึงเสีย

    คราวนี้ปลายปีกลับเป็นเมิง ... ไอโน้ต.

    ไอโน้ต. daTK

    ไอโน้ต. เด็กสัตฯที่แม้งเหมือนเด็กนิเทศฯ

    ไอโน้ต. ผู้ชายคนเดียวที่กัดตาล.ได้เจ็บที่สุด

    "X ตายห่- ล่ะเมิง"

    ไอโน้ต. เพื่อนผู้ชายที่ตาล.สามารถเรียกมันว่า

    "ไอ้เหี้-ยโน้ต."

    และมันสามารถเรียกตาล.ว่า

    "ไอ้เหี้-ยตาล."

    ไอโน้ต. เพื่อนที่ตาล.ไม่คุยไปพักนึงเพราะแม้งหื่นแสด

    แต่วันนี้ ...

    ไอเหี้-ยโน้ต.ไม่อยู่กวนติ่งกุแล้ว

    กุยังไม่ได้หาสาวเกาหลีมาให้เมิงเลย

    เมิงรีบหนีกุไปไหนเนี่ย?

    พี่แอน.บอกว่าเมิงหลับสบายดี ... ไม่ดิ้น

    - -" กุห่วงกลัวเมิงดิ้นตกลงมาว่ะ

    (ฮ่ะกุล้อเล่น)

    กุฝากจิ้ง.ไปบอกว่าให้เมิงหลับให้สบาย

    ไม่ต้องคิดถึงไม่ต้องมากวนติ่งกุถึงที่ก็ได้

    กุเกรงใจ อิจิ้ง.มันบอกเมิงแล้วใช่มั้ย?

    เห็นมันบอกว่ารูปเมิงยักคิ้วให้

    จริงหรอวะ ไอเหี้-ยโน้ต.???????เหวอ

    กุไม่ลบ MSN เมิงออกนะ

    เผื่อวันนึงสวรรค์ใจดี

    อนุญาตให้เมิงมาออนเอ็มได้

    เมิงจะได้มากวนติ่งกุได้อีก

    กุขอโทษที่กุไม่ได้ไปลาเมิงเอง

    แต่กุเชื่อว่าเมิงคงสบายดีใช่มั้ย?

    เพราะถ้าไม่สบายเมิงคงกลับมาแล้ว

    ...

    เอาน่า ... กุไม่ได้กวนติ่งเมิงแล้วอึดอัดว่ะ โทดที

    กุไม่ได้ไปส่งเมิงนะ

    เมิงไปเองได้ใช่มั้ย?

    ถ้าหลงทางก็หาทางกลับมาบ้านนะเว้ย

    กลับมาทับแก้ว กลับมาเพชรฯก็ได้

    มีคนที่รักเมิงอยู่อีกเพียบว่ะเมิง

    เมิงมองลงมาเห็นมั้ย?

    งานส่งเมิง

    เค้าบอกว่ามีคนไปกันเยอะแยะเลยว่ะ

    เมิงมันตำนานจริงๆไอเหี้-ยโน้ต.!

    ทำไมคนเหี้-ยๆที่ดีอย่างเมิง

    ต้องรีบกลับบ้านเร็วจังวะ

    ไม่อยู่เล่นกับพวกกุให้นานกว่านี้

    รึว่าเมิงรีบกลับไปหาฝน.

    คนที่เมิงรักที่สุด?

    อย่างน้อยกุก็สบายใจที่เมิงจะไม่เหงา

    เมิงคงคิดถึงฝน.น่าดู

    ไม่ได้เจอกันตั้งนาน

    กุไม่ร้องไห้นะเว้ยไอโน้ต.

    เก่งมั้ย?

    อย่างน้อยก็กุคนนึงที่เมิงจะไม่ต้องมีห่วง

    กลับบ้านได้อย่างสบายใจ

    เมิงอยู่ในใจพวกกุโน้ต.

    ไอเพื่อนเหี้-ยที่แสนดีของกุ

    ถึงกุจะกวนติ่งเมิงมาตลอด

    แต่เมิงรู้ใช่มั้ยว่ากุก็รักเมิงโน้ต.

    หลับให้สบายเพื่อน

    กลับบ้านเองเดินดีๆนะเว้ย

    กุส่งเมิงได้แค่นี้

    บ๊ายบายว่ะเพื่อน

    อย่านอนดิ้นล่ะไอห่าน

    เด๋วตกลงมา!

    เมิงจะเข้าใจกุมั้ยว่าบางอารมณ์กุต้องตลกกลบเกลื่อนความเศร้านะไอโน้ต.
    กุเชือว่าเมิงเข้าใจ!

    รูปเมิง กุเอามาจากบลอคเมิง

    รูปงานเมิง กุเอามาจากพี่แอน.

     

     

     

     

     

     

     

     

    หล่อแสดอ่ะเพื่อนกุรูปนี้

    ภาพเมิงที่กุจำได้ เป็นภาพนี้ว่ะเพื่อน

    November 28

    Singpore and Delhi flight

    เอ้า เร่เข้ามาเร๊วววว
    วันนี้ฉายหนังควบ
    หาเสื่อมาปูนั่งกันเร็วเร๊ววววววว

    (บ้าไปแล้วเจอไฟลท์สิงคโปร์เข้าไป)

    เพิ่งกลับมาจากสิงคโปร์
    ทั้งๆที่ไม่ได้นอนทั้งคืน
    แต่ก็ยังถ่างตามานั่งอัพฯไดฯ
    (บ้าจริงกุ -*- )

    ไปสิงคโปร์รอบนี้
    สิริรวมแล้วก็สามแล้ว
    นึกว่าตัวเองเป็นสิงคโปร่า เอ๊ย
    สิงคโปเลี่ยนไปแล้ว
    ไปบ่อยพอๆกับกลับบ้านเลยทีเดียว

    งวดนี้ไปสิงคโปร์มาขอบอกว่า
    "หมดตัวค่ะพี่น้องงงงงงงงงงง"

    เนื่องจากว่าคิดสะระตะอยู่นาน
    เอาไงดีว๊าาาากุ
    จะซื้อกล้องในห้าง รึว่าจะไปซื้อที่แอร์พอร์ต
    ตามประสาคนขี้งกอย่างเรา
    ถ้าซื้อในแอร์พอร์ตก็จะถูกกว่า
    แถมใช้บัตรลูกเรือลดได้อีก

    แต่ ...

    เอ๊ ... เกิดว่าไปแล้วไม่มีเวลาเดิน
    รึว่าเกิดมันไม่มีรุ่นที่อยากได้ล่ะ?
    อืม ... ทำไงดี?
    คิดไม่ตก สรุปว่าตัดใจซื้อมา

    Sony T10 Pink

     

    เข้าเซตกับโทรศัพท์เดี๊ยะๆ

    N72 Pink

    หมดตรูดค่ะพี่น้อง
    ราคาจริงๆมัน ๕๙๙ เหรียญสิงคโปร์
    แต่ไปฟาดฟันได้มา ๕๕๐ เหรียญ
    แถมไม่เสีย ภาษีให้สิงคโปร์ด้วย
    โฮ๊ะๆ แหมๆ ไม่ได้เป็นประกรชาติเค้าซะหน่อย
    ไอ้ครั้นเราจะไปเอา Tax Refund เหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นก็ไม่ได้
    เพราะเค้าไม่ให้คนสิงคโปร์ และ Air Crew ได้ Tax Refund
    (เซ็งจริงๆ)
    แต่วางแผนไว้แล้วว่าจะให้น้องเอาให้
    กร๊าก ... คนงกๆอย่างเราต้องทำได้อยู่แล้ว
    ว่ะ ฮ่าฮ่า

    เรตตอนนี้
    ๑ ดอลล่า เท่ากับ ๑.๕๔ เหรียญสิงคโปร์
    แถมหักคอเอาเมมโมรี่ การ์ด ๑ กิ๊กมาด้วย
    พร้อมซองใส่ของโซนี่
    ว่ะฮ่าฮ่า ดูเมืองไทยแล้วหมื่นหก
    ที่ซื้อมารวมๆแล้วเกือบๆหมื่นสาม
    เอาวะ คุ้มแล้ววววว

    (สิงคโปร์ไฟลท์ทำคนบ้าได้)

    ว่าจะไม่ซื้อเครื่องสำอางค์แล้ว
    แต่คุณขาาาาาา ทนไม่ได้ค๊าาาา
    โดนไปอีกหนึ่งชิ้น

    Bobbi Brown - Shimmer Brick eyes palette

    Limited Edition ซะด้วย เคยเห็นในคลีโอ
    บ้านเราหมดไปนานแล้ว
    แต่เห็นที่นี่เลยซัดมาซะเลย
    (หมดตัว)

    อ่ะ ไม่แพล่มมากแระ
    ดูรูปดีกว่า
    ด้วยความว่าเห่อกล้องใหม่
    ก็เลยลองซะเลย ^ ^"

    image

    ไฟลท์นี้ไปกับลูกเรือมะนิลา
    เคยบินด้วยกันมาแล้วสองครั้ง
    ครั้งนี้ครั้งที่สามเลยซี้กันหน่อย
    เค้าเพิ่งเคยไปสิงคโปร์ครั้งแรก
    เลยพาเค้าไปเที่ยวไปถ่ายรูป

    image

    อันนี้เค้าเรียกว่าโหมดบ้าของใหม่
    ลองใหญ่เลย

    image

    หน้าก็เยินได้ที่อย่างนี้ล่ะ
    ถ่ายข้างหน้าต่างห้องประหนึ่งว่าวิวดี

    สิริรวมแล้วไปสิงคโปร์งวดนี้
    หมดไปสี่ร้อยกว่าเหรียญ
    โอ้ววววว เดือนนี้จะกินอาร๊ายยยยยยยย
    หมดตัวววววววววววววววววว

    จบหนังหนึ่งเรื่อง
    คั่นโฆษณาขายยา

    อ่ะ หนังควบมาแล้ว
    ฉายเลยละคน
    เด๋วคนดูเค้ารอนาน

    หนังเก่าค้างปี
    ตั้งแต่ตอนที่ไปเดลีมา
    เอารูปมาลงให้ดูเลยดีกว่า

    image

    มาดูโรงแรมก่อน
    โรงแรมที่เราไปพักชื่อว่า The Grand New Delhi

    image

    เข้ามาในห้องมาม๊ะ
    ตามมาเร๊ว

    (มาถึงก็ให้ดูห้องน้ำเลยวุ้ยตาล.)
    ก็ห้องน้ำเค้าเก๋ดีนี่นา
    พื้นสีดำตัดกับห้องน้ำสีขาว

    image

    image

    เห็นมั้ย ตัดกันโช๊ะๆเลย

    เอาล่ะมาวันแรกเหนื่อยแระ
    นอนพักผ่อนก่อน
    อีกวันค่อยไปจองทัวร์ไปทัชมาฮาลดีกว่า

    image

    ดูแล้วไฮโซโก้หรูอลังการ
    แต่ไม่ใช่ลอบบี้โรงแรมเรา
    เพราะว่ามันคือโีรงแรม Hyatte Regency
    ที่เราไปจองทัวร์ต่างหาก
    (เมื่อก่อนเอเชียน่าก็เคยอยู่ที่นี่นะ
    แต่ว่ามันแพงก็เลยย้ายซะ อดเลยตู)

    แต่ไอ้ครั้นจะกลับไปโรงแรมเลยก็ใช่เรื่อง
    ขอไปชอปปิ้งนิดนึงน่า .. ข้ามถนนกันก่อน
    ลง Subway ละกันน่าจะปลอดภัยกว่า

    image

    image

    แต่ว่าคิดผิดถนัดค่ะพี่น้อง
    โคตตรน่ากลัวเลย
    (ดูจากรูปเอา นี่ตูจะลากใครไปข่มขืนมั้ยเนี่ย???)

    จากนั้นก็นั่งพาหนะสุดหรู
    ไปยังตลาด ซารุจีนี่ในราคา ๒๐ รูปี
    (ประมาณ ๒๐ บาทล่ะ อาจจะถูกกว่านิดหน่อย)
    และนี่คือโฉมหน้าพาหนะเรา

    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ทาดาาาาาาาา
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    image

    สามล้อเครื่องหรือ สองตุ๊กนี่เอง
    (หรูตรงไหนฟระ????)

    ใครว่ารถเมล์บ้านเราเก่าแล้วนะ
    มาเจอรถเมล์อินเดียกินขาด
    ให้โล่ไปเลย

    image

    เอาล่ะในที่สุดก็มาถึงตลาดซารุจีนี่ซะที

    image

    ฝุ่นคลุ้งไปหน่อยเดินแล้วแสบจมูก
    (ได้ข่าวว่าเดินตั้งแต่เที่ยงยันสี่โมงเย็น)
    ของที่ขายก็เหมือนๆตลาดนัดบ้านเรา
    แต่ที่ไม่เหมือนคือ ต่อราคากันมันส์โคตร

    อย่างขอร้อยรูปี ต่อไปเลยห้าสิบรึสี่สิบ
    แขกก็จะส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก
    "อินี่ไม่ไ้ด้นะนายจ๋าของมาแพง"
    (แปลเป็นไทยให้)
    จากนั้นเดินออกมาเลย
    ไม่ต้องสนใจ
    เด๋วจะได้เองแหละ โอ้ว ...
    ไม่คิดว่าจะได้ชอปปิ้งที่นี่
    หมดไปเยอะเหมือนกัน

    เริ่มหิว แต่ไม่กล้ากินอะไรข้างทาง
    ถึงมันจะหน้าตาดูน่ากินก็เหอะนะ

    image

    ดูเจ้านี่สิ
    พี่ทั่นปั้นทอดอย่างเมามันส์
    ไอ้เราก็ได้แต่ยืนดูไม่กล้ากิืน

    image

    แต่สาวๆหนุ่มๆแดนภารตะ
    ก็ยืนจ้วงกันหน้าร้านอย่างเมามันส์
    ไม่แพ้คนขายกันเลยทีเดียว
    ไอ้กระเหรี่ยงอย่างเราก็ได้แต่มองตาปริบๆ
    เค้ากินอารายกันว๊า???????

    image

    ร้านขายขนมในอินเดีย
    อารมณ์เหมือนโชวห่วยบ้านเราไม่มีผิด

    image

    ดูสาวๆที่นี่แต่งตัวสิ
    สีแสบใจมั่กๆ
    กับป้ายตลาดบาบู
    (นี่ตูต้องเดินร้องเจี๊ยกคร่อกด้วยมั้ยเหรอ?)

    image

    เห็นทับทิมเค้าแล้วอยากกรี๊ด
    แดงได้ใจจริงๆ

    image

    แฮ่ ... เลยซัดไปซะโลนึง
    ก็มันน่ากินจริงๆนี่

    image

    ทับทิมในตำนานของตาล.หมองไปเลย
    (ไม่น่าเอามาเทียบกันเลย)

    image

    ตื่นเต้นกับมะละกอที่ไม่มีเม็ด


    แล้วก็จบวันแรกของการตะลุยตลาดซารุจีนี

    image

    ตะลอน By ตาล. และ พี่ลี่.
    ส่งเข้าประกวดในนาม Asisna Airlines
    ไฟลท์ OZ 767 - OZ 768 โซล - เดลี - โซล


    ตอนหน้ามาว่ากันตอนเรื่องทริปทัชมาฮาล
    แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว
    ง่วงมาก .. กระเป๋า(ตังค์เบาหวิ๊ว)
    กระเป๋า(เลย์โอเวอร์)หนักอึ้ง
    ฮ่าฮ่า

    October 27

    สวัสดี ภูเก็ต~*

    ไปเที่ยวภูเก็ตมา
    อ่ะช้าก่อน ...
    อย่าคิดว่ามีเวลาว่างไปเที่ยวขนาดนั้น
    แต่ว่าที่ได้ไปเพราะว่ามีไฟลท์ไปตะหากล่ะ

    บอกแล้วเดือนนี้บินเหมือนสายการบินในประเทศ
    เพราะเจอบางกอกไปสามไฟลท์
    ตบท้่ายด้วย สิงค์โปร์
    ลงต่ำๆๆๆลงไปเรื่อยๆ
    ถ้ามีซิดนีย์อีกที่นี่คงลงไปใต้โลกเลยทีเดียว

    อ่ะ ... กลับมาภูเก็ตต่อ
    "ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สายการบินเอเชียน่าแอร์ไลน์
    เที่ยวบินที่ OZ 747 ร่วมกับสายการบินไทยเที่ยวบินที่
    TG 6725 ออกเดินทางจากกรุงโซลไปยังภูเก็ตค่ะ"

    ออกจากโซลตอนสองทุ่มได้
    ไปถึงภูเก็ตก็เที่ยงคืนได้
    เร็วกกว่ากำหนดการจริงๆที่ต้องไปถึงตอนเที่ยงคืนสี่สิบ

    มาถึงปุ๊บก็นั่งรถกันไปอีกเกือบชั่วโมง
    ไปถึงโรงแรมที่พักคือ เมอร์ลิน บีช รีสอร์ท
    เข้าห้องพักกันดีกว่า

    25102006048.jpg

    ห้องน้ำในห้อง

    25102006049.jpg

    อ่างอาบน้ำ
    (มีหน้าต่างไม้ที่เปิดแล้วเจอห้องนอน)
    ดีนะนอนคนเดียวไม่งั้นคงต้องปิดหน้าต่างเอาไว้

    25102006051.jpg

    จากด้านนอกเข้าไปในห้องน้ำ

    25102006050.jpg

    เตียงนอน ...
    และลืมถ่ายรูปตรงระเบียงมา
    ว่าจะถ่ายก็ลืม
    เปิดระเบียงมาเจอสระว่ายน้ำ
    สวยมากกกกกกกกกกกกก
    น่าว่ายเป็นที่สุด แต่ว่าเวลาเรามีน้อย
    เอาไว้ถ้าเกิดได้มาหลายๆวันจะว่ายอ่ะนะ

    ว่าแล้วมาถึงก็ง่วงนอน
    นอนก่อนเด๋วตื่นมาค่อยออกไปเที่ยว

    ตื่นเช้ามา
    (เช้าหรอได้ข่าวว่าตื่นเที่ยง)
    แหมๆก็กว่าจะได้นอนก็ตีสาม
    เพราะหมาหอน แถมด้วยมีหนังน่าดู
    สรุปหลับไปเพราะความง่วงและเพลีย

    ว่าแล้วก็ออกเดินทางไปหาอะไรกินกัน
    ไกลใช้ได้ทีเดียว สี่สิบ นาทีแหน่ะ
    กว่าจะได้กินกันอ่ะนะ
    เริ่มสั่งดีกว่า หิว ....

    25102006057.jpg

    ประเดิมด้วยหอยนางรม
    ตัวใหญ่มากกกกกกกก

    25102006058.jpg

    เทียบกันช้อนดูก็ได้
    ใหญ่จริงๆ

    25102006060.jpg

    ยำไข่ปลา ...
    อร่อยมากขอบอก

    25102006061.jpg

    ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย

    25102006063.jpg

    หมึกไข่นึ่งมะนาว

    25102006059.jpg

    กุ้งอบเกลือ

    25102006062.jpg

    ปู(นึ่ง)น้อยนอนแน่นิ่ง

    25102006054.jpg

    อิ่มแล้วสภาพเป็นเยี่ยงนี้
    หัวหูดูไม่ได้เลยทีเดียว
    (แต่ใครจะสน หุ๊หุ๊)

    ไม่ได้กินคนเดียว
    (ถึงตะกละแค่ไหนกินคนเดียวก็ไม่หมดหรอก)
    ไปเดินเซนทรัลได้อีกนิดนึง
    แล้วก็กลับมานอนเอาแรง
    เพราะต้องบินอีกทั้งคืน
    เฮ่อ ... ภูเก็ต ... กินอย่างเดียวก็หมดวันแล้ว

    เดินทางกลับโซล
    ใช้เวลาอีก ๕ ชั่วโมง ๒๐ นาที
    (ไฟลท์ ไทม์ นะ บลอคไทม์ ๖ ชั่วโมงนิดๆ)

    ยินดีต้อนรับสู่ท่าอากาศ อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ

    ลงไฟลท์มาหลับป๊อกเลยทีเดียว
    แต่ยังได้เห็นรุ้งกินน้ำแว๊บนึงเลยถ่ายมา

    23102006044.jpg

    23102006043.jpg

    เหมือนรุ้งกินน้ำบ้านเราเนอะ
    (จะบ้าเหรอ .. รุ้งมันก็เหมือนกันทั่วโลกแหล่ะ)

    กลับมาสลบเหมือด
    ซะที่่ไหน
    ยังมาคุยกับพี่นก.
    แล้วก็นั่งกินข้าวกันกับพี่นก.กะกีตาร์.
    (ได้ข่าวว่าสองคนนั้นกำลังจะไปบิน)
    แต่อินี่เพิ่งกลับมา
    กว่าจะได้นอนจริงๆบ่ายสองนู่นนนนน
    ตื่นอีกที หกโมงครึ่ง
    ต๊ายยยยยยยยยยย นอน ๑๖ ชั่วโมง
    นานที่สุดตั้งแต่บินมาเลยนะเนี่ย

    ได้เห็นเช้าที่เกาหลีอีกวัน
    จริงๆก็เห็นเกือบทุกวัน
    แต่วันนี้ที่ต่างไปคือ
    ตื่นมาแล้วเจอ
    ไม่ใช่ว่าอยู่รอเจอเช้าวันใหม่

    P's เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าเมืองไทย สองชั่วโมงค่ะ
    เพราะงั้น จากเกาหลีไปภูเก็ตก็จะใช้เวลา
    ประมาณ หกชั่วโมงกว่าๆได้
    งวดถึงภูเก็ตเร็ว
    กัปตันซิ่งน่าดู หุหุ

    เจอกันใหม่ไฟลท์หน้า
    จะไปกินข้าวมันไก๊ที่สิงค์โปร์ ^ ^/

    October 26

    Mayfield Hotel, Seoul, Korea

    ไปนู่นไปนี่มาครึ่งโลกแล้ว
    แต่ไม่เคยพูดถึงที่ที่ต้องกลับมาตายรังซักที
    ถ้าไม่นับบ้านที่เมืองไทย
    (บ้านไหนละนั่นอยู่หลายที่เหลือเกิน)
    ที่ที่ต้องสถิตเป็นประจำก็คือที่นี่
    โรงแรม เมย์ฟิลด์
    (หรือที่คนเกาหลีเรียกกันว่า เม-พิว-ดึ)

    เป็นโรงแรมที่อาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อกัน
    แต่ว่าเป็นโรงแรมห้าดาวที่น่าอยู่มากกกก
    เมื่อวานก่อนนู๊นกลับมาจากไฟลท์บางกอก
    เหนื่อยนรกมาก เจ๊ก็โหด ง่วงก็ง่วง
    แถมห้องก็ยังทำความสะอาดไม่เสร็จ
    แต่ในเรื่องแย่ๆยังมีเรื่องดี
    เพราะว่าได้กินอาหารเช้าฟรี
    วิ้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว

    อาหารเช้าที่เมย์ฟิลด์นี่ได้ยินชื่อมานานแล้ว
    (เพราะมีเพื่อนโชคดีมาหลายคนแล้ว)
    เป็นบุฟเฟต์กินกันไม่อั้น เอาสิ ไปลองมั่ง

    tane-2.jpg

    สภาพหลังจากบินมา
    เยินได้ที่เลยทีเดียว
    หิวโหยเหมือนผีเปรต

    buffet.jpg

    เป้าหมายของเราต้องพุ่งไปตักมาเท่าที่จะทำได้
    ทำเลที่นั่งก็อย่างดี ติดของกิน หุ๊หุ๊

    salade.jpg

    อย่างแรกโดนเลย สลัดแซลมอน

    fruit.jpg

    ตามด้วยผลไม้

    muffin.jpg

    และขนม

    water.jpg

    น้ำตบท้่าย
    (จริงๆมีกาแฟ น้ำส้ม น้ำผลไม่อั้น
    อยู่บนไฟลท์ไม่ค่อยได้กิน
    ลงมาซัดโฮกที่นี่ล่ะวะ)

    ดูไฮโซ๊ไฮโซเนอะ
    แต่ช้าก่อน ไอ้ที่ตาล.กินน่ะ
    มันคล้ายๆแบ่บนี้
    แต่ไอ้ที่เอารูปมาลงน่ะ
    เป็นของเพื่อน เพื่อนถ่ายเอาไว้
    (แต่มันสวยดีเลยเอามาลง)
    แต่ที่ตาล.กินอ่ะเหรอ?
    ตักอย่างเดียวไม่เน้นสวย
    เพราะหิวมากกกกกกกกกกกก
    แหะๆ รูปหลอกลวง

    นอกจากได้กินฟรีแล้ว
    ยังโชคดีได้นอนห้องใหญ่
    วู้ววววววววววววววววววววว
    สบายยยยยยยยยยยยยย
    เตียงใหญ่กลิ้งไปกลิ้งมา

    room5.jpg

    สภาพห้อง
    (ยังไม่เละเพราะยังไม่ได้ีรื้อของ)

    room8.jpg

    เตียงนอน ใหญ่หนึ่ง เล็กหนึ่ง

    room1.jpg

    ตู้เสื้อผ้า

    room2.jpg

    ที่ชั่งน้ำหนักที่ไม่เคยแตะ
    (ไม่อยากแตะรับไม่ได้)

    room6.jpg

    มินิ บาร์ และ กาน้ำร้อน

    room-1.jpg

    เก้าอี้ริมห้อง

    room9.jpg

    ทีวีจอยักษ์
    ที่ไม่ค่อยได้เปิดดู
    สายเหลืองๆคือสายเน็ตในห้อง
    (เล่นฟรี หุหุหุ)

    room7.jpg

    รูปภาพบนหัวเตียง

    room4.jpg

    ห้องน้ำและอิชิ้นแบ่บหมดสภาพ

    คราวนี้มาดูบรรยากาศภาพนอกบ้าง
    ที่นี่บรรยากาศจัดเป็นยุโรปปนเอเชีย
    ร่มรื่น น่าพาแฟนมาเดินเล่น
    กรี๊วววววววววววววววววววววว

    mfo1.jpg

    mfo.jpg

    mf6.jpg

    mf4.jpg

    mf2.jpg

    mf1.jpg

    mf.jpg

    ไม่มีอะไรมาก
    เอารูปมาลงสวยๆไปงั้น
    เผื่อมีคนอยากมาอยู่เอเชียน่ามากขึ้น
    ฮ่าฮ่า
    ขอบคุณ พี่ลี่. เจ้าของรูปสวยๆเกือบทั้งหมดในไดฯวันนี้

    April 23

    Asiana's Interview

    จริงๆแล้วมันเป็นการสัมภาษณ์ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
    เพราะตอนแรกก็ไม่ได้รู้เลยด้วยซ้ำว่าสายการบินนี้เป็นของประเทศอะไร
     
    ว่าแล้วเรามาพูดถึงสายการบิน Asiana กันก่อน
     
    Asiana เป็นสายการบินของเกาหลี
    จบ รู้เท่านี้พอ
     
    ตอนที่ส่งใบสมัครอ่ะนะ
    ขอบอกว่าไม่ได้เตรียมตัวเล๊ยยย
    แถมแทบจะส่งไม่ทันอีกต่างหาก
    เพราะว่าเค้ารับวันสุดท้ายคือวันที่ 7/04
    แล้ววันที่ 6 มันเป็นวันจักรี
    โอ้ว ... ไปรษณีย์มันปิด
    โชคดีที่ว่ายังเปิดครึ่งวันให้ส่งได้
     
    จากนั้นวันที่ 11/04 ก็รู้ว่ามีคนเริ่มโดนโทร.เรียก
    อ้าว ... ไหงตูไม่ได้รับโทรศัพท์อ่ะวะ?????????
    สงสัยจะแห้วซะแล้วมั๊งคราวนี้
     
    12/04 นอนยังไม่ตื่น
    ซัก 08.56 น. มีเบอร์โทร.เข้ามา
    เห็น 3 ตัวหลังคลับคล้ายคลับคลา
    เด้งขึ้นมารับเสียงใสกันเลยทีเดียว
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ในที่สุด Asiana ก็โทร.เรียกอิชั้นแล้ววววววววว
     
    14/04 ส่งเมลล์กลับไปให้ Asiana
    เป็น Essay ที่กะหลุ่งปุ๊งมาก
    แต่ก็ส่งไป
     
    18/04 มีโทรศัพท์จาก office Asiana ว่า
    ให้ส่งเมลล์กลับไปใหม่เพราะว่าเค้ายังไม่ได้
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด
    อิชั้นระทึกขวัญมาก
    แต่ก็ส่งกลับไปจนได้
     
    21/04 และแล้วก็ถึงวันสัมภาษณ์
    ได้สัมภาษณ์รอบ 13.30 ที่โรงแรม นายเลิศปาร์ค

    ลงไปปุ๊บเจอโต๊ะรับเอกสารพร้อมพี่ๆแอร์ฯสาวงามทั้งนั้น

    (ย้ำว่าแอร์ฯที่นี่งามจริงๆสุดยอด!)

    จากนั้นก็รอให้พี่ๆเค้าเรียกชื่อแล้วส่งเอกสาร จากนั้นแปะเบอร์ (อิชั้นได้เบอร์ 85)

    รอซักแป๊บนึงก็เข้าไปถ่ายรูปเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน

    จากนั่นชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงด้วยพี่แอร์ฯทั้งหลาย

    แล้วก็มานั่งรอเข้าไปสัมภาษณ์

    พอเข้าไปก็เจอกรรมการ 4 คนเป็นเกาหลี 3 คน พี่แอร์ฯไทยคนนึง

    จะมีเบอร์ให้เรายืน 1-5 ยืนหลังเบอร์

    แล้วให้ยืนตัวตรงเลยนะ ห้ามเอียง ห้ามพอยท์ แล้วต้องพยายามยืนให้หัวเข่าชิดกันด้วย

    ใครขาโก่งก็ซวยไป จากนั้นก็ให้แนะนำตัว + บอกว่าทำไมอยากทำที่นี่ประมาณ 10 วินาที

    แล้วกรรมการก็จะเริ่มถามทีละคนโดยเอาจากข้อมูลของเราที่ให้ไปมาถาม

    ของตาล.แทบจะเดาได้เลยว่าจะโดนอะไร เหอๆ ไม่พ้นเรื่องกล

    ก็โดนถามว่า ให้อธิบายงานมายากลที่ทำ, หางานนี้มาจากไหน, และแน่นอนให้เล่นกลให้ดูอย่างนึง

    ใครที่ไปมีตติ้งคงจำได้  ไม่ใช่หนังยาง 2 เส้นนะ ไอ้ที่บิดๆมือ ไขว้มือนั่นแหละ

    ก็หลอกกรรมการได้อยู่ แล้วกรรมการก็บอกว่าที่ Asiana มีแอร์ฯกลุ่มนึงที่เป็น magic team เหมือนกัน

    (แอบมีหวังวุ้ย) แล้วก็ถามว่ารู้เรื่องนี้มั้ย? ก็บอกไปว่ารู้

    รู้มาจากใคร? บอกไปว่าจากพี่แอร์ฯคนนึง

    เท่านี้แหละจบการสัมภาษณ์แล้ว กลุ่มละ 15 นาทีโดยประมาณ

    ส่วนผลจะออกวันที่ 27 จะโทร.บอกก่อนเที่ยง

    ถ้าหลังเที่ยงแล้วยังไม่มี แสดงว่าแห้วแล้ว

    จะเฮ  หรือ จะฮือ  ก็ต้องรออีก 5 วัน

    ตอนนี้ลุ้นจะตายแล้ววว หัวใจจะวาย

    สภาพเมื่อวานหลังจากกลับมาจากสัมภาษณ์

    แต่งหน้าตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถ่ายตอน 3 ทุ่ม โอ้วหน้ายังเด้งอยู่เลย

    Magic makeup จริงๆ
     
     
    January 25

    The Happy Prince And the Other Tales.

    หลังจากที่นั่งหากันตาหูแหก
    ก้อยังไม่ได้ข้อมูลอะไรมากเกี่ยวกับ
    "The Happy Prince and The Other Tales" ของ Oscar Wilde
    ที่ต้องทำเป็นโปรเจคของ Modern Novel and Short Stories.
     
    อ่านไปอ่านมาได้เรื่องอยู่อย่างนึงก้อคือว่า
    ในเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับประวัติของพระพุทธเจ้า
    อ่ะ ... งงดิ ว่าเกี่ยวกันได้ยังไง
    เรื่องของ The Happy Prince เป็นเรื่องของ
    เจ้าชายองค์หนึ่งที่ตอนมีชีวิตอยู่นั้น
    มีแต่ความสุขจนกระทั่งสิ้นพระชนม์
    ชาวเมืองต่างสร้างอนุสาวรีย์ใหญโตสวยงาม ประดับด้วยเพชรนิลจินดา
    ได้รู้จักกับนกนางแอ่นที่อพยพมาชั่วคราว
    นกนางแอ่นก้อเล่าเรื่องราวต่างๆในเมือง
    จนในที่สุด เจ้าชาย(อนุสาวรีย์) ก้อยอมสละทุกอย่างในตัว (เพชรนิลจินดาที่ประดับ)
    ให้กับชาวเมือง จนสุดท้ายก้อคือทับทิมที่นัยตาทั้ง 2 ข้าง
     
    เหมือนกับพระพุทธเจ้า
    ที่ในที่สุดแล้วก้อยอมสละทุกอย่าง
    โปรดสัตว์โลกและกลายเป็นพระศาสดาอย่างที่เรารู้กัน
     
    นอกจากนี้ The Happy Prince
    ยังมีแง่มุมของ Homosexaul อีกด้วย
    เพราะว่าทั้งอนุสาวรีย์เจ้าชาย และนกนางแอ่น ต่างเป็นผู้ชาย
    และมีความรักซึ่งกัน
    มีประโยคนึงที่เจ้าชายพูดกับนกนางแอ่นว่า
    "but you must kiss me on the lips, for I love you "
    เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นถึงรสนิยมทางเพศของ Wilde
    ที่เป็นรักร่วมเพศออกมา
     
    คันว่ะ ... มีสาระมากเกิน
    ไปแระ วิเคราะห์ต่อ
    July 03

    วันแรก

    มาลองเล่น My space
    hehe จะมีเวลามาอัพฯมั่งมั้ยเนี่ย???