Sweetie 的个人资料FairyFiona~*照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
4月13日 Lost in SanFrancisco((คำเตือน)) ((ขณะนี้เจ้าของไดฯหลงทางอยู่ที่ซานฟราน)) ((เลยมีรูปมาเยอะโคตรพ่อง)) ((และไดฯยาวโคตรพ่องเช่นเดียวกัน)) ********************************************************* วันนี้ที่เมืองไทยคงสาดน้ำกันโครมๆ ไอตาล.ยังมาเดินฝ่าลมหนาวอยู่ที่ซานฟรานอยู่เลย (และตอนนี้ก็ยังเป็นวันที่ 11 อยู่) เริ่มด้วยอาการงงๆชีวิต ตื่นมาตอนตี 5 ของที่นี่ คิดไปคิดมา "เฮ้ย ตูนัดไอฝ้าย.ตั้งเที่ยง นอนต่อดีกว่า" กว่าจะนวยนาดอาบน้ำ เพิ่งมารู้ว่ามีรุ่นพี่ศึกษาฯอยู่ที่ชิคาโก จัดแจงเมลล์คุยกันเสร็จสรรพ พี่ยีนส์.คะ ... พี่พลาดอย่างแรงแล้ว ที่บอกว่าอยู่ชิคาโกว่ะ ฮ่ะ ฮ่า เดินออกจากโรงแรมไปหาไอฝ้าย. แวะ Starbuck ที่โรงแรมสั่งเสร็จเรียบร้อย ลาเต้เย็น หันหน้ามาดูนอกร้าน .. แม่จ้าว .. วันนี้ลมโคตรแรงเลย ไม่น่าสั่งลาเต้เย็นเลยตู - -" ไปซัดอาหารไทยร้านที่ไอฝ้าย.ทำงาน แล้วก็ออกเดินทางได้ เอารูปที่ถ่ายเมื่อวานมาก่อน ไม่ได้ไปไหนไกลมาก เนื่องจากสำเหนียกได้ว่าตัวเองเพิ่งมาถึง เลยออกไปหาไรกินกะฝ้าย. แล้วถ่ายรูปนิดหน่อย
ดอกอะไรไม่รู้ เหลืองได้ใจดี เอามาบานแข่งกับหน้า (สังเกตุได้ว่าหัวหนืดๆ สเปรย์เต็มกะบาลเลย)
หัวใจตรง Union Mall
ตอนนี้ห้าง Macy's กำลังจัดเป็นแนวอินเดียอยู่
ตุ๊กตาตัวนี้ เห็นแล้วคิดถึงไอ้บี๋.เลย คิดถึงลูกเหมียวๆจังเลย ******************************** คราวนี้มาเริ่มตะลุยซานฟรานละ วันนี้ตามโปรแกรมคือไปที่ Pier 39 กับ Fisherman Warf นั่งรถมาถึงตรงนาฬิกา (ที่ชื่ออะไรซักอย่างนี่แหละ จำชื่อไม่ได้)
ไม่ได้สนใจอะไรเล๊ย อินี่ก็ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปกันอย่างเดียว
Port of SanFrancisco
ทาดา~
เห็นอะไรดอกๆไม่ได้ต้องแวะ
อันนี้ยังไม่ใช่ Golden Gate นะ (แต่ก็ลืมอยู่ดีว่ามันชื่ออะไร แหง่ว)
ตาล.กะฝ้าย. (ด้วยความอนาถา ไปกันสองคนไม่มีคนถ่ายให้)
Port of SanFrancisco จากนั้นไม่ไหวแล้ว ตอนแรกว่าจะเดินไปถ่ายรูปต่อ แต่ว่าลมแรงมาก แรงจริงๆ อากาศไม่ได้หนาวเท่าไหร่ แต่ว่าลมเนี่ย ... ทำเอาหนาวเลยทีเดียว เดินต้านลมตัวแทบปลิว เลยขึ้นรถบัสต่อไปที่ Pier 39 เลยดีกว่า
"มีแต่ปูกล้ามโตใหญ๊ใหญ่ ใหญ๊ใหญ่ใหญ่ใยใยยา~" (พยายามทำเลียนแบบมันแล้ว แต่ได้เท่านี้ - -") อย่าแซวเรื่องเข็มขัดนะ ขอร้อง (ก็ไม่เจอเข็มขัดที่ชอบนี่นา)
มาถึง Pier 39 ก็เห็นแบ่บนี้เต็มไปหมด (แต่ลมไม่เป็นใจถ่ายยากเกิ๊น)
Hard Rock Cafe @ Pier 39, SFO
อาศัยความหน้าด้าน ขอฝรั่งแถวนั้นมาถ่ายให้ (จากนี้ต่อไปเราจะเรียกว่า "เหยื่อ")
เข้าไปเกาะเนี่ย เสียวมันล้มเหมือนกันนะ
เราจะไปทางไหนต่อดี?
หน้าทางเข้า Pier 39 เหมือนเป็นเมืองในนิทานอะไรซักอย่าง น่ารักดี
หน้า Aquarium แต่ไม่ได้เข้าหรอก ตั้งสิบกว่าเหรียญ (งก)
ป้ายเค้าทำน่ารักเนอะ (และหน้าตูบวม โอ้ทส์ อย่างแรง!!!)
ฝ้าย.บอกเก๊กสวยหลายรูปแล้ว เอาฮาซักที (กรำของกรู - -")
Bath Sand ตอนแรกว่าจะเนียนเข้าไปถ่ายรูปเฉยๆ (จริงๆมีหลายสีมาก) "ฝ้าย.ๆ แกรีบๆกดเลยนะ เด๋วเค้าเดินมาถาม" ไม่ทันขาดคำ นั่นไง คนขายเดินมาแล้ว ไปๆมาๆ มาชวนคุย คุยไปคุยมาจะทรายฟรีซะงั้น เลยบอกความจริงไปว่า "ตูแค่อยากมาถ่ายรูป" ฮา~
ร้านชอคโกแลต โอ้ทส์ ... น่ากินขนาด
แม้ว่าอากาศจะเย็นขนาดไหน แต่มาที่นี่ก็ต้องมากินไอติม (สรุปไม่หมดกันทั้งคู่ จะแข็งตายเอา)
ดอกไม้ที่นี่มันสีสดดีจริงๆเลยเนอะ
หลังจากที่นั่งรอเหยื่อมานาน ก็ได้ป้าคนนึงมาชักภาพให้มุมนี้จนได้
พยายามทำเลียนแบบแก้ว แต่ยากว่ะ ฮา~
ถ่ายมุมนี้ จะเห็นม้าหมุนทั้งอัน
ปูตัวแดงๆ (แต่กินไม่ไหวตัวตั้ง 24$
เด๋วเราจะได้ไปเยี่ยมญาติเราแล้ว อ๋องๆๆๆๆ~
พยายามมากตูรูปนี้ แต่มีพยายามมากกว่า
ด้วยยายกล้อง (ผู้หญิงก็ต้องเป็นยายกล้องสิ เป็นตากล้องได้ไง) เซตท่าให้ แต่อิยายแบบเนี่ย งง ต้องมีการมาทำท่าให้ดูก่อนด้วย กว่าจะได้รูปนี้มา
รูปนี้เดินๆอยู่ฝ้าย.มันเรียกแล้วกดเลย แม๊ ... สวยไม่ได้ตั้งใจ ก่ากกกกกกกก
... ข้ามไปเหอะ
"ได้ซะทีธง Pier39"
ช่วยด้วยหนูหลงทาง (เอาขันมาวางซักใบน่าจะดี)
ข้างหลังคือที่อยู่เก่า คุก Alcataz เย้ออออ ... ซะงั้น (ตาล.ชอบจำเป็นคุก Azcaban อยู่เลย) ((+++ ... นั่นมัน Harry Potter)) (((เอาน่ามันคล้ายๆกัน))) ต้องนั่งเรือไปถึงจะไปที่คุกนี้ได้ วางแผนกับไอฝ้าย.ว่าคราวหน้าจะไปกัน (เมื่อได้ไฟลท์นรกซานฟรานอีกรอบ)
ลิบๆนู๊นนนนนน Golden Gate พรุ่งนี้เราจะไปกัน
อ๋องๆๆๆๆๆ เจอญาติแว้วววววววว (ตีครีบแข่งกับมันใหญ่เลยตู)
แต่น่าเสียดายมันไม่มาเกยบนไม้แผ่นใกล้ๆเลย ฝ้าย.บอกคราวที่แล้วมา เห็นมันตบกันแย่งตัวผู้ (รึตัวเมียก็ไม่รู้)
วิวสวยดีเนอะ
ดอกป๊อบปี้เต็มไปหมด คราวนี้เหยื่อเสนอตัวมาถ่ายให้เลย (ถ่ายดีกว่าถ่ายกันเองอีก)
ลมแรง พัดซะหัวล้านเลย
ตูเป็นอะไรกะเสาต้องโหนเนี่ย???
และก็ยังไม่เลิกโหน
รูปนี้ ... ถ่ายเสร็จ หลังเดี้ยงครับพี่น้อง เอี้ยวตัวนานมาก แก่แล้วสิตู
Lost in SanFrancisco แล้วก็แวะร้านนึง จัดร้านได้น่ารักมาก ข้างในตู้ปลาสวยมาก
แอบๆถ่ายไม่กล้าถ่ายโจ่งแจ้ง กลัวเค้าด่า แต่พอเห็นว่า ... มีคนอื่นถ่ายเหมือนกัน คราวนี้ ทั้งไอตาล.และไอฝ้าย. ไม่สนใจโลกกว้างแล้ว "กรูจะถ่ายรูป!"
หนูจะกินปลา ....
อ๊า~ บักเขียด!
เสือน้อยน่ารัก (เสือน้อยน่ารักจริงๆนะ)
ดูเอาละกันว่าคนสวยก็หาเรื่องอุบาทว์กะเค้าได้
พยายามจะเป็นชะนี (แต่ไม้มันสูงเกิ๊น)
(ทำไปได้ว่ะกรู
โอ๊ะ ... ขี้คันคาก
อ๊า ... ซอยข่อยแน~ (แล้วตูจะ Soundtrack เพื่อ???)
ชะนีกลายพันธ์
((คุณหมอบอกว่า การบินนานๆจะทำให้เกิดอาการแบ่บนี้ได้))
พรีเซนเตอร์ให้เค้าซะหน่อย
ฮาเร็มคิงคอง
Rainforest Cafe (คาเฟ่ป่าฝน ---> ชื่อเหมือนสวนอาหารบ้านเรายังไงไม่รู้) ออกจากร้านมานึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้ถ่ายรูปอนุเสาวรีย์แมวน้ำนี่นา เอ้าเดินย้อนนนน กลับไปอีก ระหว่างทางเจอชายหนุ่มหน้าตาดี อดใจไม่ได้ เลยขอจุ๊บซะหนึ่งที . . . . . . .
ในสุดก็เดินฝ่าลมไปถึงอนุเสาวรีย์แมวน้ำจนได้
แมวน้ำ พ่อ แม่ ลูก (และคนข้างบ้านมาเกยตื้น)
อีกซักรูป จะได้ไม่ขาดทุน ขากลับเดินมาอีกรอบ เจอพี่คนเหล็ก เล่นเอาเด็กแถวนั้นกรี๊ดกันไปหลายคน ขอเป็นหน่วยกล้าตายไปชักภาพซะหน่อย ไอเดียเค้าดีเนอะ
เนียนเนอะ เหมือนที่ซิดนีย์ก็มีคนมาทำแบ่บนี้เหมือนกัน แต่ตาคนนี้ทำฮากว่า
"อย่ากินหนู!!!"
ซะหน่อยกับฝ้าย. นายแน่มาก ... เอาตังค์ตาล.ไปได้เหรียญนึง ฮ่ะฮ่า แล้วก็เดินกันต่อไปที่ Fisherman Warf
ถึงแว้ววววววววววววว
เห็นตาล.มั้ย? (อยู่ในซอกไม่บอกใคร ซอกนี้ ซอกไหน~)
หมดไปอีกหนึ่งวัน เห็นเค้าเคาะปูกันเต็มไปหมด แต่ตัวละ 24$ ไม่ไหว แพงเกิน ได้แต่ดู เด๋วกลับไปกินที่เมืองไทยดีกว่า ************************************************** กลับมา .... คุยกัน ทะเลาะกัน แรงด้วย เราทำตัวไม่น่าไว้ใจหรอ? (ใช่) ก็ไม่ผิดที่เค้าจะคิดแบ่บนั้น ก็ไม่ผิดที่เค้าจะกลัวเพราะว่าอดีต แต่เราไม่ใช่เค้า เราไม่เหมือนเค้า เราผิดเหรอที่เรามาทีหลัง? แล้วเราเลือกได้มั้ยล่ะ? เราผิดเหรอที่เราทำอาชีพนี้? แค่อาชีพเดียวกับเค้าคนนั้น แต่เราไม่ใช่เค้า แค่เพราะเราจะให้รุ่นพี่พาเที่ยวชิคาโกนี่นะ? ก็เรายังโทร.หาไม่ได้ตอนนั้น เลยยังไม่ได้บอก ถ้าไม่ชอบก็บอกกันได้นี่ มันไม่ได้เป็นการเปลี่ยนอะไรตาล.เลย แค่คิดกันคนละมุม มองคนละอย่าง "ถ้าโยมมาก่อนเค้า พระอาจจะเข้าใจมากกว่านี้" ((ปรี๊ด น้ำตาแตก)) "อย่าเอาตาล.ไปเปรียบเทียบกับใครได้มั้ย? แล้วตาล.ผิดมั้ยที่มาทีหลัง? แล้วตาล.เลือกได้มั้ย? ถ้าเลือกได้ไม่มีใครอยากมาทีหลังหรอก แล้วคนมาทีหลัง ไม่ได้รักพี่เชน.รึไง? คนที่มาทีหลังรักพี่เชน.น้อยกว่าเค้ารึไง?" "พี่ไม่ได้อยากเปรียบเทียบกับใคร แต่ตาล.ไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก ว่าการที่นั่งเป็นควายอยู่ที่นี่อยู่สึกยังไง" พี่ไม่อยากพลาดอีก "ทำไมตาล.จะไม่เข้าใจ แค่ตาล.ออกจากเมืองไทยไป เค้าก็มีใหม่เลย 7 เดือนที่ตาล.บินเป็นควายไม่ได้รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน ตาล.เองก็ไม่อยากพลาดเหมือนกัน จะต้องให้ตาล.ทำยังไงถึงจะเชื่อ" "ถ้าพี่ไม่อยากให้อีกคนรู้สึกยังไง พี่ก็จะไม่ทำแบบนั้น ไม่เห็นต้องถามว่าต้องทำยังไง พี่ไม่อยากเปลี่ยนใคร ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่" "ถ้างั้นก็คงไม่ใช่" "หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่ใช่" "ก็เราคิดไม่เหมือนกันมองไม่เหมือนกัน" "แล้วตาล.ว่าถ้าคิดไม่เหมือนกัน จะอยู่ด้วยกันได้มั้ย?" "ได้ ถ้ามันไม่เป็นปัญหา" "แล้วอย่างตอนนี้ล่ะ มันเป็นปัญหาอยู่?" "ปรับสิ ไม่ได้อยากเปลี่ยนใคร แต่มันก็ต้องปรับเข้าหากัน" "แล้ว ... ยังอยากกิน KFC อยู่มั้ย? ^ ^" "อยากสิ ... ทุกวันนี้ไม่ไปกินที่อื่นแล้วนะ" "ถ้ายังอยากกินอยู่ ... ก็ยังอยู่ด้วยกันได้ พี่เชื่อตาล.ได้หมดใช่มั้ย?" "ถ้ามีมากกว่าร้อยก็จะให้เชื่อมากกว่าร้อย" "จริงๆใช่มั้ย? หายโกรธรึยัง? ยิ้มก่อนซิ" "ถ้ายิ้มแล้วจะรู้ได้ไง?" "ฟังเสียงก็รู้แล้ว หายโกรธพี่ยัง?" "ยัง" "ทำไงถึงจะหาย" "ไม่บอก .. รอกลับมาก่อนแล้วจะบอก" "อ่อ .. ไหนวันนี้ตั้งชื่อ MSN ว่าอะไร?" "อยากกินกะเฉดผัดไฟแดง ฮ่าฮ่า" "เอ้า .. ซะงั้น เปลี่ยนเลยๆ" "เปลี่ยนก็ได้ ทะเลาะกับแฟน ... แฟนไม่รัก ... แฟนไม่เชื่อใจ" "เอ๊า ... เด๋วใครมาเห็นก็เอาอีกหรอก เห็นมั้ย ว่าแล้ว บอกแล้ว เปลี่ยนเลยๆ เปลี่ยนรึยัง?" "ทะเลาะกับแฟน แฟนไม่รัก" "อ้าว ... ไหงงั้นอ่ะ บอกไปสิ มีแฟนเป็นดาราญี่ปุ่น โดเรม่อนน่ะ" "ยังไม่จบซะหน่อย ทะเลาะกับแฟน แฟนไม่รัก กลับมากอดซะดีๆจะหายโกรธ" "อ่า ... ถ้าจะไปกับพี่ยีนส์.จริงๆพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ ไปกันสองคนใครจะไม่ห่วง ห้ามกลับโรงแรมหลัง 6 โมงเย็นนะ โทรศัพท์พระดูเวลาทั่วโลกได้นะ ต้องโทร.มาตอน 6 โมงเย็นที่ชิคาโกด้วยว่าถึงแล้ว ห้ามถ่ายรูปด้วยกันด้วย" "จ้า~"
ไม่มีรักไหนที่ดีทุกวัน ยิ่งนานยิ่งผ่านเรื่องราวมากมาย เข้ามาทดสอบเข้ามาลองใจ ว่าความรักของใครแกร่งจริง หากเราเรียนรู้วิชาอดทน หากเราผ่านพ้นย่อมได้ทุกสิ่ง หากเธอมั่นใจว่ารักเราจริง ทุกสิ่งมันก็มั่นคง หากเธอนั้นลืม ... ว่าเธอมีใคร ก็จำไว้ ชั้นรักเธอ
เชื่อเค้ารึยัง? รอหน่อยนะ ... อีกไม่กี่วันจะเจอกันแล้ว รักนะพี่เชน. ^ ^~ 2月22日 HappyChineseValentine'sNewYear~*เป็นวาเลนไทน์ที่ประจับใจม๊ากกกกมาก เป็นวาเลนไทน์ปีที่ประทับใจไม่รู้เลือนจริงๆ . . . . . . . . . . . . เริ่มที่
1. ไม่ได้นอนก่อนไปบินฮ่องกง หลังจากที่กลับมาจกสิงโป สืบเนื่องจากอาการคิดมากก่อนไปสิงโปเมื่อสองสามวันก่อน สิริรวมแล้วไม่ได้หลับมา 47 ชั่วโมงและต้องทำงาน ด้วยความที่ทั้งสิงโปและฮ่องกง เป็นประเทศที่มีชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ Happy Chinese Valentine's New Year . . . . มาดูตำนานรักดอกเหมยกัน . . . . เหลือแต่กลิ่นจีนแท้ๆ ... หอมกลิ่นดอกเหมย เป็นความคิดตั้งแต่ตอนเทรนด์ "เฮ้ย ... ชั้นอยากถ่ายรูปอีกครั้ง" เก็บเงินซื้อกล้องละ เล็ง Canon slr ไว้ตัวนึง ตั้งสองหมื่นสี่พร้อมเลนส์ น้องเต้ย.บอกตลกแล้วเจ๊ เป็นแอร์ฯแบกกล้อง ไม่งามนะเจ๊ เอ้า .. เป็นแอร์ฯแต่ใจอาร์ต เจ๊ทำด๊ายยยยยยยยยยยยยย แล้วคราวนี้ จะสะพายกล้องท่องโลก (โลก โลก โลก โลก โลก ... ฮาไปแระ) ช่างภาพ around the world แหม ... เงินจ๋า ... งอกมาไวๆซิ คันไม้คันมืออยากถ่ายรูปแล้ว! ***************************** เอาดอกเหมยมาฝาก เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ละกันเนอะ
************ ยังวิ๊งวิ๊งอยู่
1月25日 Long Holiday~*Long Holiday~* ถือว่าเป็นการหยุดยาวครั้งแรก ตั้งแต่ทำงานมา แถมกลับมาก็ไม่ต้องทำงานด้วย โฮ๊ะๆๆๆๆ นั่งๆเล่นเกมส์บนเครื่อง นั่งติดกับเด็กคนนึง ดั๊นฉลาดอีก ขนาดตาล.เปลี่ยนชุดแล้วนะ (Added Crew ต้องเปลี่ยนชุดนั่งเนียนเป็นผู้โดยสาร) ยังบอกพ่อ "อัปป้า อี่โม่เป็นซึงมูวอนแหละ" (อัปป้า = พ่อ ด้วยความที่เจือกพยายามทำตัวนางสาวไทย เห็นมันแงะรีโมทออกมาไม่ได้ อ่ะช่วยยยยยย คราวนี้แม้ง ห่านอะไรก็ "อี่โม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!" ตูไม่ได้มากะเอ็งนะว้อยยยย ตูจาน๊อนนนนน T^T เล่นเกมส์ไม่ได้ก็ ... อี่โม่ เล่นจะแพ้ก็ ... อี่โม่ ตูจะดูหนังก็จะดูด้วย ... อี่โม่ ทำไง เฮีย เอาน้ำกะขนมมาให้ ... อี่โม่ จะกินมั่ง ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ตูจะบ้าตาย พอจะหลับๆ เอาละ ... มันเขย่าเก้าอี้ ... เก้าอี้ตูก็สั่นด้วยสิ - -" สิริรวมแล้ว Flight Time 6 ชั่วโมง ตูได้นอนชั่วโมงเดียว เพราะอิเด็ก อี่โม่ .. นี่แหละ!!! ********* เมื่ออาทิตย์ก่อน ไปกิน Buffet ปลาดิบมากับกิ๊ฟท์. ฝ่าอากาศหนาวโคตรพ่องไปกิน ด้วยความตะกละกันสองคน คนละ 17,000 วอน ( 7 ร้อยกว่าบาท ... เจ๊ดดดดดดดดดดดด) แต่บอกแล้วว่าเพราะความตะกละ เลยกิน! เข้าไปก็โอเค ออนนีเจ้าของร้านน่ารัก
วางเรียงกันเป็นตับ ทุกอย่างเติมได้หมด คือหมดแล้วออนนีเดินมาเติมตลอด จัดมาอย่าให้พร่อง ฮ่าฮ่า
ก็นั่งเคาท์เตอร์กินกันแบ่บนี้แหละ มีเรื่องหน้าแหกเกี่ยวกับไอ้ไชเท้าขาวๆเนี่ย ปกติเวลาไปกินอาหารญี่ปุ่นกันเนี่ย ก็กินไอ้ไชเท้านี่แกล้มกันบางกรุบกริบแก้เลี่ยน อินี่ก็เอาเลย ... ซัดเลยยยยย อุปป้ามือมีดหันมา อั่นเด้ๆๆ ประมาณว่า ตูให้เอาไปรองปลา ไม่ใช่ให้เมิงแหล่ก อ้าว ... ก็ตูจะกินนี่นา ไม่ได้เหรอ???? โชว์งั่งไปซ้า ... แล้วอุปป้าเป็นไรมากมั้ยเหรอ? สนใจตูเป็นพิเศษจั๊งงงงง คนจะกินไอ้นี่ก็มอง อินี่ก็กินไม่ลงซิ คีบปลาหล่นหก อินู่นกระเด็น อินี่กระดอน T^T อุปป้า .. หั่นปลาไปเห๊อออ หนูจะกินนน
คือ เค้าให้รองอย่างเดียว ห้ามกิน ... เข้าใจ๋????
อันนี้เครื่องเคียง ไข่ตุ๋น กับข้าวโพดอะไรซักหนึ่ง หวานๆดี
ไข่กุ้ง กินกับปลาดิบ ... แน่นอน เติมไม่อั้นเหมือนกัน จากนั้นก็มีไอ้เจ้านี่มาด้วย
อุด้ง ... ถัดมาก็เป็นหัวปลาต้มเค็ม อารมณ์ประมาณนั้นถ้าเทียบกับอาหารไทย และด้วยความที่บอกว่า อุปป้า สนใจอิชั้นเป็นพิเศษ อุปป้าเลยเสนอเมนูพิเศษมาให้อิชั้น เป็นเมนูพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครในร้านได้กิน (สีฟ้านี้ กรุณาอ่านเสียงแบ่บทีวีแชมเปี้ยน)
ทายซิว่ามันคืออะไร (ไย ไย ไย ไย) แล้วตูจะเอ่คโค่ทำไม???? . . . . . . . มันคือตาปลาทูน่าครับพี่น้อง ย้ำ ตาปลาทูน่า!!!! ลูกกะตาปลาทูน่าเลยแหละ เจี๊ยกกกกกกกกกกกกก ถามอุปป้าย้ำเป็นภาษาอังกฤษเลย ตอนแรกคิดว่าฟังผิด "Tuna's eyes?" ชิบหาย ... ใช่จริงๆด้วย ซวยแล้วตู รีบบอกเลย ไม่เป็นไรอุปป้า ช้าไปแล้ว อุปป้าคว้าแก้วเหล้าหวานมา แล้วเอาไม้จิ้มฟัน จิ้มมมมมมลูกกะตาปลาขึ้นมา แกว่งๆๆๆๆๆกวนๆๆๆๆๆๆ ในไอ้เหล้านั่นน่ะแหละ จนมันหนืดๆมีฟองอย่างที่เห็นในรูป อุปป้าก็ส่งให้อิชั้นกิน พร้อมรับประกันว่าอร่อยโคตรพ่อง ตูกลั้นใจนานมากกว่าจะกิน ซัดไปหนึ่งกรึ๊บ . . . . . แม่เจ้า ...... ไอ้ฟองๆมันเมือกๆอ่ะ คาวๆหวานๆเหล้าปะแล่มๆ อุปป้า ...... กินเสร็จมองหน้ากิ๊ฟท์. กิ๊ฟท์.ทำหน้าเหมือนอิชั้นเป็นผู้กล้าหาญ รอดตายจากสงครามโลกมายังไงยังงั้น
*************** 12月14日 เขียนถึงคนบนฟ้าก่อนกลับมาเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง รู้เรื่องที่น่าตกใจและใจหาย ไอ้เพื่อนที่เห็นหน้ากันเมื่อไม่นาน ยังกวนส้งติงตาล.เมื่อไม่นาน มันไปสบายซะแล้ว
ตรีเทพ เขียวพอดี นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสัตวศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร อุปนายกสโมฯ ฝั่งเพชรบุรี เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ เมื่อต้นปีก็เพิ่งมีน้องคนนึงเสีย คราวนี้ปลายปีกลับเป็นเมิง ... ไอโน้ต. ไอโน้ต. daTK ไอโน้ต. เด็กสัตฯที่แม้งเหมือนเด็กนิเทศฯ ไอโน้ต. ผู้ชายคนเดียวที่กัดตาล.ได้เจ็บที่สุด "X ตายห่- ล่ะเมิง" ไอโน้ต. เพื่อนผู้ชายที่ตาล.สามารถเรียกมันว่า "ไอ้เหี้-ยโน้ต." และมันสามารถเรียกตาล.ว่า "ไอ้เหี้-ยตาล." ไอโน้ต. เพื่อนที่ตาล.ไม่คุยไปพักนึงเพราะแม้งหื่นแสด แต่วันนี้ ... ไอเหี้-ยโน้ต.ไม่อยู่กวนติ่งกุแล้ว กุยังไม่ได้หาสาวเกาหลีมาให้เมิงเลย เมิงรีบหนีกุไปไหนเนี่ย? พี่แอน.บอกว่าเมิงหลับสบายดี ... ไม่ดิ้น - -" กุห่วงกลัวเมิงดิ้นตกลงมาว่ะ (ฮ่ะกุล้อเล่น) กุฝากจิ้ง.ไปบอกว่าให้เมิงหลับให้สบาย ไม่ต้องคิดถึงไม่ต้องมากวนติ่งกุถึงที่ก็ได้ กุเกรงใจ อิจิ้ง.มันบอกเมิงแล้วใช่มั้ย? เห็นมันบอกว่ารูปเมิงยักคิ้วให้ จริงหรอวะ ไอเหี้-ยโน้ต.??????? กุไม่ลบ MSN เมิงออกนะ เผื่อวันนึงสวรรค์ใจดี อนุญาตให้เมิงมาออนเอ็มได้ เมิงจะได้มากวนติ่งกุได้อีก กุขอโทษที่กุไม่ได้ไปลาเมิงเอง แต่กุเชื่อว่าเมิงคงสบายดีใช่มั้ย? เพราะถ้าไม่สบายเมิงคงกลับมาแล้ว ... เอาน่า ... กุไม่ได้กวนติ่งเมิงแล้วอึดอัดว่ะ โทดที กุไม่ได้ไปส่งเมิงนะ เมิงไปเองได้ใช่มั้ย? ถ้าหลงทางก็หาทางกลับมาบ้านนะเว้ย กลับมาทับแก้ว กลับมาเพชรฯก็ได้ มีคนที่รักเมิงอยู่อีกเพียบว่ะเมิง เมิงมองลงมาเห็นมั้ย?
งานส่งเมิง เค้าบอกว่ามีคนไปกันเยอะแยะเลยว่ะ เมิงมันตำนานจริงๆไอเหี้-ยโน้ต.! ทำไมคนเหี้-ยๆที่ดีอย่างเมิง ต้องรีบกลับบ้านเร็วจังวะ ไม่อยู่เล่นกับพวกกุให้นานกว่านี้ รึว่าเมิงรีบกลับไปหาฝน. คนที่เมิงรักที่สุด? อย่างน้อยกุก็สบายใจที่เมิงจะไม่เหงา เมิงคงคิดถึงฝน.น่าดู ไม่ได้เจอกันตั้งนาน กุไม่ร้องไห้นะเว้ยไอโน้ต. เก่งมั้ย? อย่างน้อยก็กุคนนึงที่เมิงจะไม่ต้องมีห่วง กลับบ้านได้อย่างสบายใจ เมิงอยู่ในใจพวกกุโน้ต. ไอเพื่อนเหี้-ยที่แสนดีของกุ ถึงกุจะกวนติ่งเมิงมาตลอด แต่เมิงรู้ใช่มั้ยว่ากุก็รักเมิงโน้ต. หลับให้สบายเพื่อน กลับบ้านเองเดินดีๆนะเว้ย กุส่งเมิงได้แค่นี้
บ๊ายบายว่ะเพื่อน อย่านอนดิ้นล่ะไอห่าน เด๋วตกลงมา! เมิงจะเข้าใจกุมั้ยว่าบางอารมณ์กุต้องตลกกลบเกลื่อนความเศร้านะไอโน้ต. รูปเมิง กุเอามาจากบลอคเมิง รูปงานเมิง กุเอามาจากพี่แอน.
หล่อแสดอ่ะเพื่อนกุรูปนี้ ภาพเมิงที่กุจำได้ เป็นภาพนี้ว่ะเพื่อน 11月28日 Singpore and Delhi flightเอ้า เร่เข้ามาเร๊วววว (บ้าไปแล้วเจอไฟลท์สิงคโปร์เข้าไป) เพิ่งกลับมาจากสิงคโปร์ ไปสิงคโปร์รอบนี้ งวดนี้ไปสิงคโปร์มาขอบอกว่า เนื่องจากว่าคิดสะระตะอยู่นาน แต่ ... เอ๊ ... เกิดว่าไปแล้วไม่มีเวลาเดิน Sony T10 Pink
เข้าเซตกับโทรศัพท์เดี๊ยะๆ N72 Pink หมดตรูดค่ะพี่น้อง เรตตอนนี้ (สิงคโปร์ไฟลท์ทำคนบ้าได้) ว่าจะไม่ซื้อเครื่องสำอางค์แล้ว Bobbi Brown - Shimmer Brick eyes palette
Limited Edition ซะด้วย เคยเห็นในคลีโอ อ่ะ ไม่แพล่มมากแระ
ไฟลท์นี้ไปกับลูกเรือมะนิลา
อันนี้เค้าเรียกว่าโหมดบ้าของใหม่
หน้าก็เยินได้ที่อย่างนี้ล่ะ สิริรวมแล้วไปสิงคโปร์งวดนี้ จบหนังหนึ่งเรื่อง อ่ะ หนังควบมาแล้ว ฉายเลยละคน เด๋วคนดูเค้ารอนาน หนังเก่าค้างปี
มาดูโรงแรมก่อน
เข้ามาในห้องมาม๊ะ (มาถึงก็ให้ดูห้องน้ำเลยวุ้ยตาล.)
เห็นมั้ย ตัดกันโช๊ะๆเลย เอาล่ะมาวันแรกเหนื่อยแระ
ดูแล้วไฮโซโก้หรูอลังการ แต่ไอ้ครั้นจะกลับไปโรงแรมเลยก็ใช่เรื่อง
แต่ว่าคิดผิดถนัดค่ะพี่น้อง จากนั้นก็นั่งพาหนะสุดหรู .
สามล้อเครื่องหรือ สองตุ๊กนี่เอง ใครว่ารถเมล์บ้านเราเก่าแล้วนะ
เอาล่ะในที่สุดก็มาถึงตลาดซารุจีนี่ซะที
ฝุ่นคลุ้งไปหน่อยเดินแล้วแสบจมูก อย่างขอร้อยรูปี ต่อไปเลยห้าสิบรึสี่สิบ เริ่มหิว แต่ไม่กล้ากินอะไรข้างทาง
ดูเจ้านี่สิ
แต่สาวๆหนุ่มๆแดนภารตะ
ร้านขายขนมในอินเดีย
ดูสาวๆที่นี่แต่งตัวสิ
เห็นทับทิมเค้าแล้วอยากกรี๊ด
แฮ่ ... เลยซัดไปซะโลนึง
ทับทิมในตำนานของตาล.หมองไปเลย
ตื่นเต้นกับมะละกอที่ไม่มีเม็ด
ตะลอน By ตาล. และ พี่ลี่.
10月27日 สวัสดี ภูเก็ต~*ไปเที่ยวภูเก็ตมา บอกแล้วเดือนนี้บินเหมือนสายการบินในประเทศ อ่ะ ... กลับมาภูเก็ตต่อ ออกจากโซลตอนสองทุ่มได้ มาถึงปุ๊บก็นั่งรถกันไปอีกเกือบชั่วโมง
ห้องน้ำในห้อง
อ่างอาบน้ำ
จากด้านนอกเข้าไปในห้องน้ำ
เตียงนอน ... ว่าแล้วมาถึงก็ง่วงนอน ตื่นเช้ามา ว่าแล้วก็ออกเดินทางไปหาอะไรกินกัน
ประเดิมด้วยหอยนางรม
เทียบกันช้อนดูก็ได้
ยำไข่ปลา ...
ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย
หมึกไข่นึ่งมะนาว
กุ้งอบเกลือ
ปู(นึ่ง)น้อยนอนแน่นิ่ง
อิ่มแล้วสภาพเป็นเยี่ยงนี้ ไม่ได้กินคนเดียว เดินทางกลับโซล ยินดีต้อนรับสู่ท่าอากาศ อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ ลงไฟลท์มาหลับป๊อกเลยทีเดียว
เหมือนรุ้งกินน้ำบ้านเราเนอะ กลับมาสลบเหมือด ได้เห็นเช้าที่เกาหลีอีกวัน P's เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าเมืองไทย สองชั่วโมงค่ะ เจอกันใหม่ไฟลท์หน้า 10月26日 Mayfield Hotel, Seoul, Koreaไปนู่นไปนี่มาครึ่งโลกแล้ว เป็นโรงแรมที่อาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อกัน อาหารเช้าที่เมย์ฟิลด์นี่ได้ยินชื่อมานานแล้ว
สภาพหลังจากบินมา
เป้าหมายของเราต้องพุ่งไปตักมาเท่าที่จะทำได้
อย่างแรกโดนเลย สลัดแซลมอน
ตามด้วยผลไม้
และขนม
น้ำตบท้่าย ดูไฮโซ๊ไฮโซเนอะ นอกจากได้กินฟรีแล้ว
สภาพห้อง
เตียงนอน ใหญ่หนึ่ง เล็กหนึ่ง
ตู้เสื้อผ้า
ที่ชั่งน้ำหนักที่ไม่เคยแตะ
มินิ บาร์ และ กาน้ำร้อน
เก้าอี้ริมห้อง
ทีวีจอยักษ์
รูปภาพบนหัวเตียง
ห้องน้ำและอิชิ้นแบ่บหมดสภาพ คราวนี้มาดูบรรยากาศภาพนอกบ้าง
ไม่มีอะไรมาก 4月23日 Asiana's Interviewจริงๆแล้วมันเป็นการสัมภาษณ์ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
เพราะตอนแรกก็ไม่ได้รู้เลยด้วยซ้ำว่าสายการบินนี้เป็นของประเทศอะไร
ว่าแล้วเรามาพูดถึงสายการบิน Asiana กันก่อน
Asiana เป็นสายการบินของเกาหลี
จบ รู้เท่านี้พอ
ตอนที่ส่งใบสมัครอ่ะนะ
ขอบอกว่าไม่ได้เตรียมตัวเล๊ยยย
แถมแทบจะส่งไม่ทันอีกต่างหาก
เพราะว่าเค้ารับวันสุดท้ายคือวันที่ 7/04
แล้ววันที่ 6 มันเป็นวันจักรี
โอ้ว ... ไปรษณีย์มันปิด
โชคดีที่ว่ายังเปิดครึ่งวันให้ส่งได้
จากนั้นวันที่ 11/04 ก็รู้ว่ามีคนเริ่มโดนโทร.เรียก
อ้าว ... ไหงตูไม่ได้รับโทรศัพท์อ่ะวะ?????????
สงสัยจะแห้วซะแล้วมั๊งคราวนี้
12/04 นอนยังไม่ตื่น
ซัก 08.56 น. มีเบอร์โทร.เข้ามา
เห็น 3 ตัวหลังคลับคล้ายคลับคลา
เด้งขึ้นมารับเสียงใสกันเลยทีเดียว
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ในที่สุด Asiana ก็โทร.เรียกอิชั้นแล้ววววววววว
14/04 ส่งเมลล์กลับไปให้ Asiana
เป็น Essay ที่กะหลุ่งปุ๊งมาก
แต่ก็ส่งไป
18/04 มีโทรศัพท์จาก office Asiana ว่า
ให้ส่งเมลล์กลับไปใหม่เพราะว่าเค้ายังไม่ได้
กรี๊ดดดดดดดดดดดด
อิชั้นระทึกขวัญมาก
แต่ก็ส่งกลับไปจนได้
21/04 และแล้วก็ถึงวันสัมภาษณ์
ได้สัมภาษณ์รอบ 13.30 ที่โรงแรม นายเลิศปาร์ค
ลงไปปุ๊บเจอโต๊ะรับเอกสารพร้อมพี่ๆแอร์ฯสาวงามทั้งนั้น (ย้ำว่าแอร์ฯที่นี่งามจริงๆสุดยอด!) จากนั้นก็รอให้พี่ๆเค้าเรียกชื่อแล้วส่งเอกสาร จากนั้นแปะเบอร์ (อิชั้นได้เบอร์ 85) รอซักแป๊บนึงก็เข้าไปถ่ายรูปเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากนั่นชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงด้วยพี่แอร์ฯทั้งหลาย แล้วก็มานั่งรอเข้าไปสัมภาษณ์ พอเข้าไปก็เจอกรรมการ 4 คนเป็นเกาหลี 3 คน พี่แอร์ฯไทยคนนึง จะมีเบอร์ให้เรายืน 1-5 ยืนหลังเบอร์ แล้วให้ยืนตัวตรงเลยนะ ห้ามเอียง ห้ามพอยท์ แล้วต้องพยายามยืนให้หัวเข่าชิดกันด้วย ใครขาโก่งก็ซวยไป จากนั้นก็ให้แนะนำตัว + บอกว่าทำไมอยากทำที่นี่ประมาณ 10 วินาที แล้วกรรมการก็จะเริ่มถามทีละคนโดยเอาจากข้อมูลของเราที่ให้ไปมาถาม ของตาล.แทบจะเดาได้เลยว่าจะโดนอะไร เหอๆ ไม่พ้นเรื่องกล ก็โดนถามว่า ให้อธิบายงานมายากลที่ทำ, หางานนี้มาจากไหน, และแน่นอนให้เล่นกลให้ดูอย่างนึง ใครที่ไปมีตติ้งคงจำได้ ไม่ใช่หนังยาง 2 เส้นนะ ไอ้ที่บิดๆมือ ไขว้มือนั่นแหละ ก็หลอกกรรมการได้อยู่ แล้วกรรมการก็บอกว่าที่ Asiana มีแอร์ฯกลุ่มนึงที่เป็น magic team เหมือนกัน (แอบมีหวังวุ้ย) แล้วก็ถามว่ารู้เรื่องนี้มั้ย? ก็บอกไปว่ารู้ รู้มาจากใคร? บอกไปว่าจากพี่แอร์ฯคนนึง เท่านี้แหละจบการสัมภาษณ์แล้ว กลุ่มละ 15 นาทีโดยประมาณ ส่วนผลจะออกวันที่ 27 จะโทร.บอกก่อนเที่ยง ถ้าหลังเที่ยงแล้วยังไม่มี แสดงว่าแห้วแล้ว จะเฮ หรือ จะฮือ ก็ต้องรออีก 5 วัน ตอนนี้ลุ้นจะตายแล้ววว หัวใจจะวาย สภาพเมื่อวานหลังจากกลับมาจากสัมภาษณ์ แต่งหน้าตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถ่ายตอน 3 ทุ่ม โอ้วหน้ายังเด้งอยู่เลย Magic makeup จริงๆ ![]() 1月25日 The Happy Prince And the Other Tales.หลังจากที่นั่งหากันตาหูแหก
ก้อยังไม่ได้ข้อมูลอะไรมากเกี่ยวกับ "The Happy Prince and The Other Tales" ของ Oscar Wilde ที่ต้องทำเป็นโปรเจคของ Modern Novel and Short Stories.
อ่านไปอ่านมาได้เรื่องอยู่อย่างนึงก้อคือว่า
ในเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับประวัติของพระพุทธเจ้า อ่ะ ... งงดิ ว่าเกี่ยวกันได้ยังไง เรื่องของ The Happy Prince เป็นเรื่องของ
เจ้าชายองค์หนึ่งที่ตอนมีชีวิตอยู่นั้น มีแต่ความสุขจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ ชาวเมืองต่างสร้างอนุสาวรีย์ใหญโตสวยงาม ประดับด้วยเพชรนิลจินดา ได้รู้จักกับนกนางแอ่นที่อพยพมาชั่วคราว
นกนางแอ่นก้อเล่าเรื่องราวต่างๆในเมือง จนในที่สุด เจ้าชาย(อนุสาวรีย์) ก้อยอมสละทุกอย่างในตัว (เพชรนิลจินดาที่ประดับ)
ให้กับชาวเมือง จนสุดท้ายก้อคือทับทิมที่นัยตาทั้ง 2 ข้าง
เหมือนกับพระพุทธเจ้า
ที่ในที่สุดแล้วก้อยอมสละทุกอย่าง
โปรดสัตว์โลกและกลายเป็นพระศาสดาอย่างที่เรารู้กัน
นอกจากนี้ The Happy Prince
ยังมีแง่มุมของ Homosexaul อีกด้วย
เพราะว่าทั้งอนุสาวรีย์เจ้าชาย และนกนางแอ่น ต่างเป็นผู้ชาย
และมีความรักซึ่งกัน
มีประโยคนึงที่เจ้าชายพูดกับนกนางแอ่นว่า
"but you must kiss me on the lips, for I love you "
เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นถึงรสนิยมทางเพศของ Wilde
ที่เป็นรักร่วมเพศออกมา
คันว่ะ ... มีสาระมากเกิน
ไปแระ วิเคราะห์ต่อ |
|
|